posttoday
"พนัส" ยุล้มศาล รธน.

"พนัส" ยุล้มศาล รธน.

15 มิถุนายน 2555

ข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จากประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้ตีความกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ นำมาสู่วิวาทะอย่างกว้างขวางถึงหลักแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติรัฐ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดงานเสวนา “ปรีดี พนมยงค์ กับหลักการแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตย : ตุลาการ vs นิติบัญญัติ” เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. มีนักวิชาการร่วมเสวนา ขณะเดียวกันประธานศาลปกครองสูงสุดได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “ศาลปกครองไทยกับการแก้ไขข้อพิพาทในสังคม” เนื่องในโอกาส “สื่อมวลชนพบศาลปกครอง”

ข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จากประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้ตีความกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ นำมาสู่วิวาทะอย่างกว้างขวางถึงหลักแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติรัฐ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ จัดงานเสวนา “ปรีดี พนมยงค์ กับหลักการแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตย : ตุลาการ vs นิติบัญญัติ” เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. มีนักวิชาการร่วมเสวนา ขณะเดียวกันประธานศาลปกครองสูงสุดได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “ศาลปกครองไทยกับการแก้ไขข้อพิพาทในสังคม” เนื่องในโอกาส “สื่อมวลชนพบศาลปกครอง”

พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ในฐานะอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ให้กำเนิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนั้น เพื่อหวังว่าให้มาเป็นเปาบุ้นจิ้น มาปราบนักการเมืองที่มีพฤติกรรมมิชอบ แต่สุดท้ายกลับเป็นการสร้างขุนนางขึ้นมาแทน เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นองค์กรอิสระที่มาจากการสรรหา ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวโยงมาจากการเลือกตั้งของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการสถาปนาอำนาจที่ 4 คือ องค์กรอิสระ ขึ้นมาในประเทศ นอกเหนือจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และอำนาจที่ 4 นี้ได้ไปผนวกกับอำนาจตุลาการแล้วไปแทรกแซงอีก 2 อำนาจ

พนัส เสนอทางออกว่า วิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้สังคมไม่สามารถหาอำนาจชี้ขาดในการตัดสินได้ ดังนั้นควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรดำเนินต่อไปหรือไม่ โดยการลงประชามติ พร้อมกับเพิ่มไปอีกหนึ่งคำถามให้ประชาชนเป็นผู้ชี้ขาดว่า ประเทศนี้ควรมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไปอีกหรือไม่

โภคิน พลกุล อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและรองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า การลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อพิจารณาจากการลงมติในที่ประชุมสภาเพื่อนำไปสู่การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชัดว่าไม่ได้มีปัญหาแค่ในพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่ปัญหาเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทยด้วยที่ควบคุมเสียงในสภาไม่ได้ และยังมีเสียงของวุฒิสภาอีก ดังนั้นหากมีการลงมติวาระ 3 จริงอย่าเพิ่งแน่ใจว่าจะสำเร็จลุล่วง

โภคิน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นรูปธรรม และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไปถึงขั้นตอนโหวตวาระ 3 เสร็จสิ้น โดยหลังจากนั้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ภายใน 20 วัน เชื่อว่าถึงตอนนั้นศาลรัฐธรรมนูญอาจจะออกคำสั่งห้ามนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และสุดท้ายจะกลายเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเองที่ตกอยู่บนทางสองแพร่ง

หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ศาลเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐ 1 ใน 3 อำนาจที่สูงสุด แต่กลับไม่มีอำนาจเมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรอื่น อาทิ รัฐบาล รัฐสภา เพราะศาลจะใช้อำนาจตุลาการไปทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้มาฟ้องคดี จะดำเนินการฟ้องคดีเองไม่ได้ และเมื่อมีการฟ้องคดีแล้ว ศาลก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจได้

หัสวุฒิ กล่าวว่า การกล่าวหาว่าศาลมีอำนาจมากเกินไปและไม่เคยถูกตรวจสอบ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย โดยเฉพาะศาลปกครองที่ต้องถูกตรวจสอบ ต้องยอมให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ และต้องรายงานกับรัฐสภา

“ถึงแม้ในการตัดสินคดีทางศาลปกครองนั้น จะถูกคนข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิตก็ตาม ผมก็ทนได้ แต่ที่ยอมไม่ได้ก็คือการไปข่มขู่หรือทำร้ายครอบครัวของบรรดาตุลาการทั้งหลาย ฉะนั้นจากนี้จะต้องมีการพูดถึงมาตรการคุ้มครองตุลาการดังเช่นในต่างประเทศ” หัสวุฒิ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่