
อาเซียนต้องเป็นกลาง
เว็บไซต์สำนักข่าวจาการ์ตาโกลบของอินโดนีเซีย ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีนอาเซียน กับกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ เขียนโดย ซุนเผิงฉือ นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานแห่งสถาบันวิจัยเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก โดยมีใจความสำคัญว่า แม้ว่าความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่ดำเนินอยู่จะทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มเสนอแนวทางดึงกลุ่ม 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มารวมกันทั้งกลุ่มเพื่อต่อรอง หรือไม่ก็เผชิญหน้ากับจีนโดยตรง
เว็บไซต์สำนักข่าวจาการ์ตาโกลบของอินโดนีเซีย ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีนอาเซียน กับกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ เขียนโดย ซุนเผิงฉือ นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานแห่งสถาบันวิจัยเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก โดยมีใจความสำคัญว่า แม้ว่าความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่ดำเนินอยู่จะทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มเสนอแนวทางดึงกลุ่ม 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มารวมกันทั้งกลุ่มเพื่อต่อรอง หรือไม่ก็เผชิญหน้ากับจีนโดยตรง
ทว่า ในมุมมองผู้เขียนคิดว่าแนวทางดังกล่าวแทบจะไม่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มอาเซียนเลย เพราะการนำอาเซียนเข้าไปเกี่ยวพันกับข้อพิพาททะเลจีนใต้โดยตรงกับจีน จะเป็นประโยชน์แก่ชาติสมาชิกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเท่านั้น
นอกจากนี้ หากมีการนำแนวทางดังกล่าวมาใช้จริง อาจจะทำให้ผลประโยชน์โดยรวมของทั้งอาเซียนเสียหายได้ เพราะเมื่อใดที่จีนหันกลับมาใช้นโยบายตอบโต้ เช่น ลดให้การสนับสนุนอาเซียนทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ หรือปรับเปลี่ยนมุมมองที่จีนเคยให้การสนับสนุนบทบาทของอาเซียนต่อการแก้ไขความขัดแย้งและความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ก็อาจจะทำให้อาเซียนไม่มีทางไปถึงเป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่วาดหวังไว้ได้เลย
ทั้งนี้ สาเหตุก็เพราะว่าในเชิงของกรอบความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์และทางเศรษฐกิจจีน มีความสำคัญมากต่อการบูรณาการของภูมิภาคเอเชียตะวันออก ฉะนั้นอาเซียนจึงไม่อาจปฏิเสธความช่วยเหลือและความร่วมมือจากจีนได้
ไม่เพียงเท่านั้น การรวมกลุ่มอาเซียนเพื่อเผชิญหน้ากับจีนก็จะผลักดันให้จีนหันไปแสวงหาความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคแทน เช่น แผนการบูรณาการกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจีนมองว่าสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้มากกว่าความร่วมมืออาเซียนบวก 3 หรือความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออก อีกทั้งยังมีความขัดแย้งภายในกลุ่มที่น้อยกว่า
ฉะนั้น อาเซียนจึงควรวางตัวเป็นกลาง และเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งได้ใช้เวทีแก้ปัญหาอย่างสันติ และที่สำคัญจะต้องไม่นำอคติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาใช้เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนต่ออีกฝ่าย







