
"สหภาพธนาคารยุโรป" แผนแก้หน้ ถึงจะช้าแต่ก็ต้องทำ
ภายหลังจากรัฐมนตรีคลังสเปนเอ่ยปากยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเมื่อ 2 วันก่อนว่า การเข้าถึงการระดมเงินทุนจากตลาดพันธบัตรของรัฐบาลสเปนใกล้จะปิดโอกาสลงแล้ว
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
ภายหลังจากรัฐมนตรีคลังสเปนเอ่ยปากยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเมื่อ 2 วันก่อนว่า การเข้าถึงการระดมเงินทุนจากตลาดพันธบัตรของรัฐบาลสเปนใกล้จะปิดโอกาสลงแล้ว เพราะระดับผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ในปัจจุบันทะลุเพดานเกือบถึง 7% ยากเกินกว่าที่รัฐบาลกรุงมาดริดจะแบกรับต่อไปได้ ดังนั้นสหภาพยุโรป (อียู) ควรเปิดทางให้ธนาคารสเปนเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากกองทุนรักษาเสถียรภาพถาวร (อีเอสเอ็ม) ของอียูโดยตรง เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเงินในประเทศลง
ความหวาดผวาต่อสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปก็เกิดขึ้นตามมาติดๆ เมื่อ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของโลก ประกาศหั่นเครดิต 6 ธนาคารพาณิชย์ของประเทศที่ได้ชื่อว่ามีเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอย่างเยอรมนี พร้อมกับธนาคารยักษ์ใหญ่อีก 3 แห่งของออสเตรียในวันเดียวกัน โดยให้เหตุผลถึงการตัดสินใจว่าธนาคารเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับปัญหาหนี้ยุโรปที่กำลังย่ำแย่ลงทุกขณะ
สัญญาณร้ายเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสความไม่เชื่อมั่นในยุโรปขึ้นว่า หากในที่สุดแล้วผู้นำยุโรปยังคงไม่สามารถหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเด็ดขาด ยุโรปอาจต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ ในอีกไม่ช้า
ความหวาดหวั่นนี้สะท้อนออกมาได้เป็นอย่างดีจากคำพูดของ โฮเซ มานูเอล บารอสโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ที่ยอมรับเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า หากยุโรปไม่ต้องการแตกสลาย ยุโรปจะเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างโดยด่วน และหนึ่งในทางรอดที่เสนอ คือ การบูรณาการด้านเศรษฐกิจและการเงินเข้าด้วยกันมากขึ้น โดยเริ่มต้นควรจะมีการจัดตั้ง “สหภาพธนาคารยุโรป” ร่วมกันขึ้น
ทั้งนี้ บารอสโซ หวังว่าข้อเสนอการจัดตั้งสหภาพธนาคารยุโรปขึ้นมาจะช่วยทำให้สามารถดูแลธนาคารเอกชนในยุโรปได้ทั้งหมด และหากธนาคารเหล่านี้ประสบปัญหา สหภาพธนาคารยุโรปจะมีอำนาจเข้าช่วยเหลือได้โดยตรง เช่น การอัดฉีดเงินช่วยเหลือให้โดยตรง หรือช่วยค้ำประกันเงินฝากให้
นอกจากนั้น สหภาพธนาคารยุโรปยังจะมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เกิดในภาคธนาคารลุกลามไปสู่ภาครัฐ จนต้องมีการนำเงินภาษีประชาชนเข้ามาหนุน เหมือนดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับไอร์แลนด์ ด้วยการผลักดันให้ผู้ถือหุ้นธนาคารเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มีขึ้นก็เพื่อมุ่งหวังจะสร้างระบบการตรวจสอบในระดับธนาคารในภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียวกันขึ้น และมุ่งฟื้นความมั่นใจแก่นักลงทุนให้กลับคืนมา เนื่องจากปัจจุบันปัญหายุโรปในขณะนี้ภาคธนาคารกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องและหนี้เน่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาคธนาคารสเปนที่เจอกับหนี้เสียมหาศาลจากภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกสลาย
ทว่า การจัดตั้งสหภาพธนาคารอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก เนื่องจากกว่าที่แผนการจะออกมาบังคับใช้ได้จริง ก็อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว เมื่อเทียบเคียงกับความเร่งด่วนของสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยข้อมูลจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารจะออกมาใช้บังคับได้อย่างเร็วสุดคือปี 2557 โน่น
และหากเป็นไปตามที่คาดแล้ว กลุ่มประเทศที่อยู่ในสภาพร่อแร่อย่างสเปน ที่ไม่ต้องการจะขอรับเงินช่วยเหลือจากอียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยตรง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงเงื่อนไขการรับแผนรัดเข็มขัด สุดท้ายอาจจะต้องก้มหน้ายอมรับเงินช่วยเหลืออย่างไม่มีทางเลือกในที่สุด ซึ่งนั่นก็คือฝันร้ายของสเปน ที่อาจจะต้องเจอกับเงื่อนไขตามมาอย่างโหดร้ายเหมือนกับที่กรีซประสบ
ทั้งนี้ เมื่อกลับมาพินิจพิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างเชื่องช้า เพราะว่าปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวในมุมมองของผู้นำอียูยังคงไม่สอดรับเป็นเสียงเดียวกัน ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ
ไม่ว่าจะเป็นการประกาศต่อต้านจาก อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ถึงแม้ว่าในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเริ่มผ่อนท่าทีในการคัดค้านลง แต่ลึกๆ ก็ยังคงหวั่นเกรงว่าแผนการดังกล่าวจะ ทำให้ประเทศต้องเสี่ยงต่อการเข้าไปแบกรับภาระการล้มละลายของธนาคารในประเทศอื่นๆ มากขึ้น
ขณะที่อังกฤษเองก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งที่ลุกขึ้นมาคัดค้านเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกรงว่าแผนการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสถานะความเป็นศูนย์กลางทางการเงินของอังกฤษไปให้กับอียูแทน ซึ่งภาคการเงินถือเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของอังกฤษที่คิดเป็น 10% ของเศรษฐกิจทั้งประเทศ
นอกจากนี้ อีกหนึ่งอุปสรรคที่การผลักดันแผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารต้องพบเจอ คือ เงื่อนไขความแตกแยกทางการเมืองระหว่างสมาชิกรัฐสภายุโรปกับ สส.ในประเทศของแต่ละชาติสมาชิกอียูเอง ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งที่เคยเสนอแผนการจัดตั้งคุ้มครองเงินฝากในปี 2553 ที่ต้องล้มเหลวลงไม่เป็นท่า
ไม่เพียงเท่านั้น ในความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายยังมองอีกว่า แผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารอาจจะยังไม่สำคัญเท่ากับการหาแผนการอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อคลายล็อกวิกฤตในปัจจุบัน
“ทุกๆ ฝ่ายควรหันไปใส่ใจกับปัญหาในปัจจุบันมากกว่า เพราะส่วนตัวไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถจัดตั้งแผนการอันสวยหรูและเป็นแนวทางที่ถาวรได้ทัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านของเรากำลังถูกไฟเผาอยู่” นิโกลาส เวรอน แห่งสถาบันคลังสมองบังเกลของเบลเยียม กล่าว
ด้าน แดเนียล กรอส แห่งสถาบันคลังสมองศูนย์ศึกษานโยบายยุโรป ออกมาขานรับว่า ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังจับจ้องและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอยู่เหมือนเช่นการล้มของธนาคารเลห์แมน บราเธอร์ส ของสหรัฐ ในปี 2551 แต่ตอนนี้การแก้ปัญหาจำเป็นต้องหามาตรการและการตัดสินใจที่เร่งด่วนออกมารับมือก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารจะออกมาช้าหรือไม่ทันการแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันตามที่ถูกวิจารณ์กัน และอาจติดเงื่อนไขทางการเมือง
แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งจะพบว่าแนวทางดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแผนการแก้ปัญหาในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ยุโรปได้ก้าวไปสู่ความเป็นสหภาพการคลัง อันจะเป็นหนทางเพื่อแก้ไขวิกฤตยุโรปได้ในที่สุด
เพราะต้องยอมรับว่าปัญหายุโรปที่เรื้อรังและไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ เกิดจากแนวทางการแก้ปัญหาไม่มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และไร้ซึ่งความร่วมมือร่วมใจที่เป็นเอกภาพในหมู่สมาชิกอียู
ฉะนั้น การจัดตั้งสหภาพธนาคารจึงเป็นเหมือนการเข้าช่วยเหลือไปที่ปัญหาโดยตรง และตอบโจทย์ได้มากกว่า โดยไม่ต้องผ่านทางรัฐบาลที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขยุ่งยากเหมือนดังเช่นที่เกิดขึ้น
อีกทั้งสหภาพธนาคารยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการลุกลามจากภาคเอกชนไปสู่ภาระของภาครัฐ เพราะแผนการดังกล่าวจะห้ามไม่ให้มีการนำเงินของภาครัฐมาอุ้มธนาคารที่มีปัญหา แต่จะให้ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้เป็นผู้แบกรับแทน
นอกจากนี้ จากปัญหาในปัจจุบันที่เกิดจากการที่ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปหลายแห่งที่ประสบปัญหาหนี้เสียไม่มีช่องทางที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งระดมเงินทุนได้มากนัก ดังเห็นได้จากกรณีของธนาคารแบงเกียในสเปน ที่ต้องร้องขอเงินกู้จากรัฐบาลเมื่อเร็วๆ นี้
ฉะนั้น สหภาพธนาคารก็จะเป็นทางเลือกในการเข้าให้ความช่วยเหลือได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งหมดนี้จุดประสงค์ก็เพื่อให้ภาคธนาคารยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้
และล่าสุดแม้กระทั่ง แมร์เกิล ก็ยังออกมายอมรับว่า แผนการดังกล่าวเป็นแนวทางที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้เห็นด้วยกับหลักการทั้งหมดก็ตาม
กล่าวได้ว่า แม้ว่าแผนดังกล่าวจะไม่สามารถตอบโจทย์ความเร่งด่วนของปัญหาที่ร้อนแรงในขณะนี้ได้ แต่แนวทางนี้จะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดให้กลับคืนมาได้ในอนาคต
ดังนั้น จึงอยู่ที่ว่าผู้นำยุโรปจะช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ในขณะนี้ให้เดินหน้าไปสู่แผนระยะยาวที่วางไว้ได้เช่นไร...







