
ทั่วไทยคึกชมดาวศุกร์ผ่านดวงอาทิตย์
ทั่วประเทศคึกคักชมดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ โดย-สุภชาติ เล็บนาค
ทั่วประเทศคึกคักชมดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ โดย-สุภชาติ เล็บนาค
วันที่ 6 มิ.ย.ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สำหรับนักดาราศาสตร์อีกครั้ง ในโอกาสที่ดาวศุกร์ได้เคลื่อนผ่านรอบดวงอาทิตย์ ซึ่ง 105 ปีจะเกิดสักครั้งหนึ่ง แม้ว่าบรรยากาศทั่วประเทศจะถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้ที่สนใจก็ยังติดตามชมปรากฏการณ์กันอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วง 5.00น. แม้ภูมิประเทศบ้านเราจะเอื้อให้เข้าชมในช่วง 7 โมงเช้าเป็นต้นไป เนื่องจากแสงอาทิตย์เพิ่งขึ้น แต่ประชาชนต่างก็เฝ้ารอกันตั้งแต่เช้ามืดด้วยใจระทึก เพราะหากไม่รอชมวันนี้ จะต้องรออีกทีอีกกว่า 105 ปีข้างหน้า
ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็เป็นที่นิยมของทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ที่สนใจในดาราศาสตร์เช่นเดียวกัน เพราะที่นี่ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ ที่ฉายภาพหัวกลับลงมา ทำให้เด็ก ๆ มุงดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกันอย่างสนใจ แม้ภาพที่ออกมาจะไม่ชัดนัก เนื่องจากดาวศุกร์อยู่ไกลจากโลกมาก และเมื่อเทียบขนาดกับดวงอาทิตย์แล้ว ดาวศุกร์ก็เป็นเพียงแค่จุดเล็ก ๆ ที่ค่อยขยับไปเรื่อย ๆ จนตกขอบดวงอาทิตย์ในเวลาประมาณ 11.30 น.
เดวิด รูฟโฟโล่ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า แม้ในช่วงชีวิตนี้ ทั่วโลกจะได้ชมปรากฎการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์มาแล้วหนึ่งครั้ง เมื่อปี 2547 แต่ในวันนี้ก็ยังเหลือสิ่งที่น่าค้นหาอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ซึ่งต้องอาศัยแสงอัลตร้าไวโอเล็ตพิเศษจากดวงอาทิตย์เท่านั้นจึงจะสามารถเห็นได้ ไม่นับรวมถึงการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ว่ามีรูปแบบเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานทางดาราศาสตร์ทั่วโลกที่เฝ้าจับตาดูอยู่
“เบื้องต้นเราแทบรู้หมดแล้วว่า ปรากฏการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการวัดระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ หรือการโคจรของดาวศุกร์และดาวอื่น ๆ เดินทางอย่างไร การจัดงานในวันนี้จึงเป็นไปเพื่อกระตุ้นให้เด็กสนใจ และบรรยายเรื่องอื่นในเรื่องเกี่ยวกับอวกาศ เช่นพายุสุริยะ หรือการเปลี่ยนขั้วของสนามแม่เหล็กให้เด็กฟังด้วย ซึ่งก็คือการเปิดจินตนาการให้เด็กได้เห็นอวกาศที่ไกลขึ้นนั่นเอง” รูฟโฟโล่เล่าให้ฟัง
ขณะที่ บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศในวันนี้ว่า ทั่วทุกภาคของประเทศไทยได้เห็นการโคจรของดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์แทบจะทั้งหมด โดยที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่สดร.จัดงานใหญ่นั้น เห็นชัดตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปจนถึงช่วง 11.49 น. โดยไม่มีกลุ่มเมฆมาบัง ซึ่งภาคเหนือนั้นเห็นได้ชัดตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ยาวต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดพิษณุโลก
ส่วนภาคกลางนั้นได้เห็นประมาณ 7 โมงเช้า ก่อนจะมีกลุ่มเมฆมาบังในช่วงกลาง และได้เห็นอีกทีช่วงหลัง 11.00 น.เป็นต้นไป ขณะที่ภาคใต้นั้น อาจประสบปัญหาสักหน่อย เพราะมีเมฆหนาตลอดทั้งวัน เพิ่งจะมาเห็นในช่วงที่ฟ้าเปิด หลัง 11.30 น.เท่านั้น โดยจากการร่วมมือของ 62 เครือข่ายนั้น หลายแห่งนำวิดีโอการถ่ายทอดสดจากเว็บไซต์สดร.ไปฉายในห้องเรียน จากโรงเรียนทั่วประเทศด้วย
สำหรับบรรยากาศที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์นั้น ผู้อำนวยการสดร.กล่าวว่า บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก เพราะมีทั้งกล้องโทรทรรศน์ แผ่นกรองแสง หรือกล้องฉายผ่านฉากให้ดูอย่างใกล้ชิด โดยมีนักเรียน และประชาชนทั่วไปร่วมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ครั้งนี้ราว 1, 000คน ซึ่งก็ไม่ต่างกับที่มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจากสดร.เปิดโอกาสให้เด็กเล่นเกมส์ตอบคำถามชิงรางวัล เพื่อศึกษารายละเอียดตามไป
แม้ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์จะไม่มีอะไรให้ค้นพาเพิ่มเติม เพราะถูกค้นพบไปก่อนหน้านี้นับร้อยปีแล้ว แต่บุญรักษาก็ถือว่าครั้งนี้ ประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อติดตามเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในช่วงชีวิตมนุษย์ และยังสร้างความตื่นตัวให้กับสถานศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากนี้ สดร.จะกระจายความร่วมมือมากขึ้น รวมถึงเพิ่มนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการให้ความรู้กับเด็กและสถานศึกษาด้วย
ส่วนปรากฏการณ์ที่น่าสนใจหลังจากนี้ บุญรักษาบอกว่าปีนี้น่าจะมีหลายเหตุการณ์ให้คอยติดตามต่อไป ส่วนที่คำนวณไว้แล้วว่าจะต้องเกิดแน่นอน ก็คือฝนดาวตกเจมินิดส์ช่วงเดือนธ.ค. และฝนดาวตกลีโอนิดส์ในเดือน พ.ย. ซึ่งจะมีความสวยงามไม่แพ้ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว







