
ในหลวงรับสั่งทำฝนหลวงแก้แล้งฝุ่นควัน
โพสต์ทูเดย์
— ในหลวงทรงห่วงใยปัญหาภัยแล้งหมอกควันเหนือ รับสั่งทำฝนหลวง หาทางแก้ปัญหาลูกเห็บศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ภายในกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ฝนหลวงนำโดยนายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ นายทรง กลิ่นประทุม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ นำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทำฝนหลวงครั้งแรกของพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกอบจ.เชียงใหม่ มาร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อประสานความช่วยเหลือ
นายสมชัย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระประชวร แต่ก็ยัง ทรงห่วงใยปัญหาภัยแล้งและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้รับสั่งมาทางกองงานส่วนพระองค์ให้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด มอบหมายให้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ พยายามทำฝนให้ตกในพื้นที่ซึ่งประสบภัยแล้งและวิกฤตหมอกควันเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาให้เบาบางลง
ภารกิจขึ้นทำฝนหลวงครั้งแรกวันที่ 11 มี.ค. มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดปัญหามลพิษหมอกควันในสองพื้นที่เป้าหมายซึ่งประสบปัญหาหนักก่อนคือเชียงรายและพะเยา หลังจากนี้จะขยายไปทำที่ จ.ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน ส่วนเชียงใหม่ขณะนี้ค่าหมอกควันยังไม่หนักมาก ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กยังขึ้นๆ ลงๆ
สำหรับพื้นที่ประสบภัยแล้งและหมอกควันที่ขอความร่วมมือมา ได้แก่จ.เชียงใหม่ใน 10 อำเภอ ยกเว้นอำเภอฮอดและดอยเต่าที่อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวหอมแดง จ.พะเยา 9 อำเภอ จ.เชียงรายในพื้นที่ อ.เมืองและแม่สาย จ.น่าน 14 อำเภอเป็นพื้นที่ปลูกข้าวและพืชไร่ จ.เพชรบูรณ์ในพื้นที่อ.ศรีเทพ และเขตติดต่อ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรีซึ่งมีพื้นที่ปลูกอ้อย 30,000 ไร่ขาดแคลนน้ำ และจ.ลำปางที่ประสบปัญหาหมอกควัน
นายสมชัย กล่าวอีกว่า ประเมินแล้วการทำฝนหลวงปีนี้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากค่าความชื้นค่อนข้างน้อยกว่าทุกปี แต่เราจะพยายามทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการเพิ่มความชื้นให้กับพื้นที่ป่าเขา ทำให้เกิดกลุ่มฝนในพื้นที่เป้าหมายเพื่อลดหมอกควันและภัยแล้ง ส่วนการเพิ่มน้ำในปริมาณเขื่อนนั้นเราจะทำทุกเขื่อนของภาคเหนือ แต่จะเน้นไปที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ก่อน เนื่องจากปีนี้แล้งจัดและมีการทำเกษตรกรรมในเขตชลประทานในปริมาณที่มาก การขึ้นบินรอบแรกนี้เบื้องต้นจะบิน 2 เที่ยวก่อน แต่หากความชื้นดีจะเพิ่มเป็น 34 เที่ยวในภาระกิจแรกวันนี้
“
พระองค์ท่านยังทรงเป็นห่วงใย รับสั่งให้ดำเนินการทำฝนหลวงเพื่อลดความรุนแรงของลูกเห็บ ซึ่งเรื่องนี้พระองค์ท่านได้รับสั่งให้ทำการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง หลังจากทำครั้งแรกในปีที่ผ่านมาและปีนี้ให้ทำต่อ โดยทางศูนย์ฯจะประสานขอเครื่องบินอัลฟ่าเจตจากกองทัพอากาศในการดำเนินการ เป็นงานวิจัยที่ต่อเนื่องเพื่อศึกษาดูว่าเมฆก้อนไหนที่จะเกิดเป็นลูกเห็บก็ต้องทำลายให้กลั่นตัวกลายเป็นฝนก่อนที่มันจะกลายไปเป็นลูกเห็บตกลงมาสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับประชาชน ซึ่งภาระกิจนี้จะเริ่มดำเนินการปลายเดือนมีนาคมนี้” นายสมชัย กล่าว






