posttoday
เงินเยียวยาน้ำท่วม "ยิ่งโกง-ยิ่งเสื่อม"

เงินเยียวยาน้ำท่วม "ยิ่งโกง-ยิ่งเสื่อม"

06 มิถุนายน 2555

ภาพชาวบ้านนับร้อยนับพันออกมาชุมนุมประท้วง ปิดถนนตามจุดต่างๆ เพราะไม่พอใจกับการให้ความช่วยเหลือกรณีซ่อมแซมบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมหลังละไม่เกิน 23 หมื่นบาท

โดย...จตุพล สันตะกิจ

ภาพชาวบ้านนับร้อยนับพันออกมาชุมนุมประท้วง ปิดถนนตามจุดต่างๆ เพราะไม่พอใจกับการให้ความช่วยเหลือกรณีซ่อมแซมบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมหลังละไม่เกิน 2-3 หมื่นบาท อันเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด

เป็นความโกลาหลปนความสับสนของชาวบ้าน ว่าทำไมเงินช่วยเหลือเยียวยาซ่อมแซมบ้านที่ชาวบ้านแต่ละคนได้รับ จึงแตกต่างกันเป็นร้อยเท่า ทั้งๆ ที่บ้านเรือนตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน

ภาพอย่างนี้มองแล้วก็ไม่ต่างกับเมื่อครั้งรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉุกเฉิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน หรือครั้งการแจกถุงยังชีพเมื่อครั้งน้ำท่วมหนักที่ส่งกลิ่นทุจริต

กรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน ที่ชาวบ้านรอคอยเงินก้อนนี้อย่างใจจดใจจ่อ แต่กว่าจะได้เงินต้องรอกันจนเหงือกแห้ง บางหลังเข้าเกณฑ์ได้เงินไป บางหลังไม่เข้าเกณฑ์ก็ยังได้เงิน เพราะอาศัยว่าเป็น “พวกกัน”

ตัวอย่างที่มีให้คือ บ้านเรือนที่บุกรุกอาศัยอยู่ตลอดแนวริมคลองฯ ทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิและไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้เงินเยียวยา แต่บังเอิญเป็นฐานเสียงให้นายกเทศมนตรี ท่านๆ ก็หาช่องทางเอา “เงินรัฐ” มาซื้อใจฐานเสียงของตัวเองจนได้

หรือคนที่อยู่แฟลตหรืออาคารสูงอย่าง “บ้านเอื้ออาทร” ที่ไม่เข้าเกณฑ์ แต่ก็ยังได้เงินช่วยเหลือในลักษณะเงินปลอบขวัญ 3,000 บาท

แม้ต่อมามีการนำช่องทางธนาคารออมสินมาจ่ายเงินเยียวยาให้เป็นระบบและการันตีไม่ให้รั่วไหล แต่แลกมาด้วยการจ่ายเงินที่ล่าช้า เพราะขั้นตอนเพิ่มขึ้น จึงหนีไม่พ้นที่รัฐบาลต้องฟังเสียงบ่นของชาวบ้าน

แต่หากข้อมูลผู้ที่จะได้เงินเยียวยาถูก “ปั้น” มาตั้งแต่ต้น วิธีนี้ก็คงช่วยไม่ได้มากนัก

เหล่านี้เพียงแต่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าการจ่ายเงินเยียวยาทุกกรณี “เสก” ข้อมูลกันได้ เหนือสิ่งอื่นใดคือ ความ “ย่ามใจ” เพราะไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ ในขณะที่มีบ้านเรือนที่ประสบภัยกว่า 1 ล้านครัวเรือน

ทว่า การจ่ายเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านรอบนี้ สร้างความสะเทือนใจและความคับแค้นใจให้คนบ้านถูกน้ำท่วมในระดับที่หนักหนาก็ว่าได้ เพราะนอกจากต้องมองบ้านตัวเองถูกน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร นานเกือบ 1-2 เดือนเต็ม ทรัพย์สินที่เสียหายเป็นหลักหมื่นหลักแสน

แต่ได้รับอนุมัติเงินเยียวยาเพียง 200-400 บาท บางบ้านได้ 1,000-2,000 บาท บางบ้านได้ 5,000 บาท ยิ่งคนที่มีบ้านชั้นเดียวความเสียหายของทรัพย์สินต้องอยู่ในระดับสูงพอควร เพราะไม่มีที่ขนของหนีน้ำ แต่นี่กลับได้เงิน 9,500 บาท ต่ำสุด 350 บาท ก็ยังมี

แต่ที่น่าช้ำใจสุดๆ คงเป็นชาวบ้านที่ได้เงินเยียวยาเป็น “เช็ค” แต่ตัวเลขที่เขียนบนเช็ค ระบุตัวเลข “75 บาท” นี่หรือเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้าน ลำพังค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเสียเวลาไปขึ้นเช็คก็ไม่คุ้มกับเงินเยียวยาเสียแล้ว เมื่อเหลียวไปมองคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่ได้เงินเยียวยาเต็มๆ 2 หมื่นบาท หรือบางบ้านได้อย่างต่ำก็ 1-1.5 หมื่นบาท หรือบางบ้าน “แบ็กดี-หลักฐานพร้อม” ได้เงินที่ระดับ 4-5 หมื่นบาทก็มีให้เห็นตำตาตำใจ

บ้านบางหลังเป็นบ้านร้างไม่มีคนอาศัยกลับได้เงินค่าซ่อมบ้าน 3 หมื่นบาท เช่นเดียวกับบ้านของนักการเมืองท้องถิ่น หรือแม้แต่หัวคะแนนยิ้มกันถ้วนหน้า

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ชาวบ้านรู้สึกว่าถึงความไม่ยุติธรรมได้อย่างไร เพราะหลักฐานมีให้เห็นอยู่ทนโท่ ในขณะที่ที่อำนาจการประเมินความเสียหายอยู่ที่ “ดุลพินิจ” ของเจ้าหน้าที่ที่มีมาตรฐานการประเมินแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของผู้ประเมินกับเจ้าของบ้าน

เป็นที่มาของเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่า “ถ้าใครมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ จะได้รับเงินมากกว่าคนที่ไม่มีพวกพ้อง”

เงินเยียวยาน้ำท่วม "ยิ่งโกง-ยิ่งเสื่อม"

การรอคอยที่ยาวนานกว่า 6 เดือน นับแต่วันที่รัฐบาลออก “โบรชัวร์” แนวทางการช่วยเหลือคนถูกน้ำท่วมทุกกลุ่มทุกกรณี แต่ได้รับการตอบสนองที่ไม่เป็นธรรม เป็นความน้อยเนื้อต่ำใจที่ใครไม่ประสบเองจะไม่มีวันรู้สึกได้

จึงไม่น่าแปลกใจกับเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ลุกฮือปิดถนนประท้วง ถามหาความยุติธรรมจากรัฐบาล

หากทบทวนให้ดีจะพบว่าข้อผิดพลาดใหญ่ในความช่วยเหลือเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้านครั้งนี้คือ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ทั้งเทศบาล และ อบต. ต่างมีข้อมูลว่าผู้ประสบภัยจะได้รับสิทธิเงินเยียวยากรณีใดบ้าง แต่ไม่มีการให้ข้อมูลเหล่านี้กับชาวบ้านเลย

เช่น ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านที่จะได้เงินเยียวยาไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง เงินชดเชยความเสียหายเครื่องมือประกอบอาชีพหลักไม่เกิน 1 หมื่นบาท ค่าเครื่องนุ่งห่มไม่เกิน 1,000 บาทค่าเครื่องแบบนักเรียนไม่เกิน 1,000 บาทค่าเครื่องนอนคนละไม่เกิน 500 บาท และค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหารไม่เกิน 3,500 บาท

การกรอกข้อมูลขอรับความช่วยเหลือของชาวบ้าน จึงเป็นไปแบบ “ตามมีตามเกิด” แต่นั่นเท่ากับเปิดช่องให้มีนักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการบางกลุ่มหาเศษหาเลยจากงบเยียวยาน้ำท่วมกว่า 8,000-1 หมื่นล้านบาทได้

ขณะที่การเปิดให้มีการอุทธรณ์คำร้องขอเงินเยียวยาใหม่ก็ทำเป็นพิธีกรรมเท่านั้น และแทนที่จะได้เงินเร็วกลับได้เงินล่าช้าออกไปอีก ทั้งไม่แน่ใจว่าการอุทธรณ์จะได้ผลหรือไม่ บางคนยอมตัดใจก้มหน้ารับเงินตามที่ได้ไม่อุทธรณ์ก็มี

ไม่เพียงเท่านั้น การจ่ายเงินซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 2-3 หมื่นบาท มีความแตกต่างจากการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมฉุกเฉิน 5,000 บาท ตรงที่มีการจ่ายเงินเป็น “เงินสด” โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินมาตั้งโต๊ะจ่ายกันถึงที่ หากไม่มารับในวันที่กำหนดก็ให้ไปขอในวันหลัง โดยจะสั่งจ่ายเป็นเช็คเงินสดให้

นับว่าวิธีการที่เร็วทันใจชาวบ้านก็จริง แต่ก็เปิดช่องทางให้มีการรั่วไหลได้ง่าย เพราะขั้นตอนขึ้นเงินไม่ยาก หากเป็นผู้มีรายชื่อได้เงินเยียวยา ได้รับอนุมัติวงเงิน สามารถนำบัตรประชาชนใบเดียว พร้อมสำเนาไปขอรับเงินสดได้ทันที

แน่นอนว่ารัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่างรู้ร้อนรู้หนาวกับกระแสม็อบที่ไม่พอใจเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนระอุหนักทุกที และได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ผู้ว่าราชการกระชับลงพื้นที่ ไม่ให้มีการปลุกม็อบมาปิดถนนอีก พร้อมกับให้ลงไปตรวจสอบว่าเหตุใดการจ่ายเงินเยียวยาจึงแตกต่างกันมาก

ล่าสุด การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลั่นวงกลาง ครม.ว่าจะลงไปตรวจพื้นที่และรับเรื่องร้องเรียนกรณีเงินเยียวยาซ่อมบ้านด้วยตัวเอง และให้รัฐมนตรีร่วม ครม.ลงไปตรวจพื้นที่เช่นกัน

แต่นั่นอาจเป็นเพียงการบริหารกระแสร้อนๆ เท่านั้น หากเงินเยียวยาไม่ถึงมือชาวบ้านเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ รัฐบาลต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่ามาตรฐานการจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นอย่างไร และทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้กระจ่าง ไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

โดยเฉพาะหากเงินทองที่นำไปจ่ายเป็นเยียวยาซ่อมบ้านรั่วไหลไปถึงมือคนที่ไม่สมควรได้

กระนั้นรัฐบาลไม่มีสิทธิอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตโกงกินได้แม้แต่น้อย เพราะการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็เท่ากับปิดตาไว้ข้างหนึ่ง แล้วปล่อยให้ใครหรือคนกลุ่มใดจะนำ “เงินภาษี” ไปปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้

ยิ่งรัฐบาลปล่อยปละละเลยให้การทุจริตโกงกินเงินเยียวยาน้ำท่วมหนักข้อมากเท่าไหร่ ก็มีแต่ยิ่งเสื่อมลงๆ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน