posttoday
ซอฟต์โลน ธปท.กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

ซอฟต์โลน ธปท.กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

04 มิถุนายน 2555

นโยบายของรัฐบาลในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

นโยบายของรัฐบาลในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. 2555 ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ ธปท.สามารถปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) ในวงเงิน 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินของ ธปท. 70% หรือ 2.1 แสนล้านบาท และเงินของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ 30% หรือ 9,000 ล้านบาท โดยที่คิดดอกเบี้ยเพียง 3% ซึ่งต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ในตลาด เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถฟื้นตัวได้โดยเร็วนั้นถือเป็นนโยบายที่ดี

เพราะในภาวะที่ประเทศมีปัญหาอยู่ในภาวะยากลำบาก ประชาชนเดือดร้อน ภาคธุรกิจสะดุดไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ นโยบายทุกอย่างควรจะมะรุมมะตุ้มลงไปเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

แต่การที่รัฐบาลและ ธปท.เล็งผลเลิศว่า สินเชื่อซอฟต์โลนจะช่วยประชาชนภาคธุรกิจน้อยใหญ่ให้ฟื้นเข้าสู่ภาวะได้โดยเร็ว จะได้เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตไปข้างหน้านั้น ดูเหมือนจะไม่ประสบผลสำเร็จ

สาเหตุที่กล่าวเช่นนี้ เพราะแม้รัฐบาลจะเร่งออก พ.ร.ก.แบบจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องผลักเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ แต่โครงการสินเชื่อซอฟต์โลนกลับเป็นกลไกที่ติดขัด เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน สถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนทุกแห่งพึ่งปล่อยสินเชื่อโครงการนี้ไปได้เพียง 4,000-5,000 ล้านบาทเท่านั้น

วงเงิน 4,000-5,000 ล้านบาท เทียบกับวงเงินเป้าหมาย 3 แสนล้านบาท ที่ต้องการจะอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ เพื่อเร่งช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วช่างห่างไกลราวฟ้ากับเหวลึก

ซอฟต์โลน ธปท.กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

ผลของความล่าช้าดังกล่าว ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้องพึ่งตัวเองวิ่งหาเงินกู้ดอกเบี้ยสูงแค่ไหนก็ยอม เพื่อนำเงินมาประคับประคองกิจการให้ไปรอดให้ได้เสียก่อน

ภาวะนี้สะท้อนได้จากความเห็นของบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (TMB) ซึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมปล่อยกู้ในโครงการนี้ ระบุว่า

“ธนาคารได้ร่วมมือกับบรรษัทการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอฟซี สนับสนุนสินเชื่อระยะยาวสกุลเงินเหรียญสหรัฐวงเงินรวม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีผู้ผลิตสินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งสำรวจแล้วพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้จำเป็นต้องนำเข้าเครื่องจักรเพื่อฟื้นฟูกิจการ ทำให้มีความต้องการเงินเหรียญสหรัฐสูง แต่เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

หากลูกค้ามาขอสินเชื่อภายในวันที่ 30มิ.ย.นี้ จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 4.9% ต่อปี แต่ต้องมีวงเงินกู้ขั้นต่ำที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่กำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำเอาไว้ค่อนข้างสูง

เนื่องจากไม่ต้องการให้ทับซ้อนกับเงินกู้ซอฟต์โลนของ ธปท. ที่จำกัดไว้ที่ 30 ล้านบาทต่อราย สำหรับเอสเอ็มอีและซอฟต์โลนของ ธปท.ตอนนี้ธนาคารเพิ่งปล่อยได้เพียง 1,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ถือว่ายังช้ามาก เพราะก่อนหน้านี้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เงินจริงๆ ไม่รอ”

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนความล้มเหลวในการนำนโยบายไปปฏิบัติของเงินกู้ซอฟต์โลนได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวชี้แจงถึงเรื่องสินเชื่อซอฟต์โลนออกไปได้น้อยว่า ถ้าคิดจากวงเงิน 3 แสนล้านบาท ขณะนี้ปล่อยกู้ไปได้แล้ว 1 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบัน ธปท.เองก็พยายามลดอุปสรรคเงื่อนไขมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มวงเงินสำหรับบุคคลธรรมดาที่เคยจำกัด 1 ล้านบาทต่อราย เพิ่มเป็น 3 ล้านบาทต่อราย ไม่จำกัดขอบเขตของผู้กระทบ

ถ้ากระทบแม้จะอยู่นอกเขตก็พิจารณาให้กู้ได้ ธนาคารผู้ปล่อยกู้น่าจะทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่เกร็ง และยังให้คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ไม่เกิน 3% ด้วย เชื่อว่าถึงตอนนี้จะปล่อยกู้ได้น้อย แต่เชื่อว่าจากนี้ไปจะปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้น

“ถึงตอนนี้จะปล่อยกู้ได้น้อยก็ไม่น่าห่วง เพราะตอนเกิดสึนามิปีโน้นเริ่มแรกๆ ก็ปล่อยกู้ได้น้อย แต่พอผ่านไป 7-8 เดือน สินเชื่อก็ปล่อยได้มากขึ้น อย่าไปห่วงมาก เพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์เองก็มีการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมไปก่อนนี้แล้วมีการผ่อนผันเกณฑ์การชำระหนี้และการให้กู้ไปก่อนบ้างแล้ว” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวชี้แจง

จากสถานการณ์ข้างต้นพอสรุปได้ว่า ถึงสินเชื่อซอฟต์โลนจะมีวัตถุประสงค์ดีแค่ไหน หวังดีแค่ไหน แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยประคับประคองผู้ประสบภัยได้ทันการณ์ ย่อมเข้าตำรากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

เพราะถึงเงินที่เตรียมจะช่วยมีมากมาย แต่เงินนั้นไม่ถึงมือผู้เดือดร้อน ถึงจะให้ดอกเบี้ยต่ำแค่ 3% ถึงจะให้กู้ได้มาก แต่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการไม่ปล่อยกู้

ทุกสถาบันการเงินยังยึดหลักการปล่อยกู้เฉพาะลูกหนี้ที่มีศักยภาพเท่านั้น เพราะหวั่นหนี้เสียตามมาหลอกหลอนเหมือนสถาบันการเงินในยุโรปและวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540

ส่งผลให้ในยามนี้ที่ผู้ประสบภัยต้องการเงิน แต่กลับไม่มีเงินให้กู้ต้องดิ้นรนขวนขวายหาทางช่วยตัวเองให้ธุรกิจอยู่รอด

ภาวะเช่นนี้คงหวังให้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเข้มแข็งมาเป็นฟันเฟืองช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เกิดการจ้างงาน เพื่อให้แรงงานมีงานทำมีเงินมาใช้จ่าย หนุนการบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศให้ขยายตัว มาชดเชยภาคการส่งออกที่เริ่มชะลอจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร

หากรัฐบาลและ ธปท.ยังเย็นใจปล่อยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชนที่ประสบภัย รอเงินกู้ซอฟต์โลนที่ไหลอ้อยอิ่งซึ่งเสมือนคนไข้ใกล้ตายรอยาจากหมอตามวิธีปกติ เศรษฐกิจไทยในปีนี้คงร่อแร่เป็นแน่แท้ หากไม่รีบหาทางแก้ไข

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปต้นทุนที่รัฐบาลพยายามหาทางออกกฎหมายพิเศษขึ้นมา เพื่อเพิ่มช่องทางในการส่งผ่านเม็ดเงินลงไปช่วยชีวิตผู้ประกอบการก็ไร้ผลในทางปฏิบัติ

เพราะกว่าเม็ดเงินดอกเบี้ยต่ำที่จะช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของรัฐบาลที่ด้อยประสบการณ์ในการจัดการประเทศจะได้รับเงินมาพยุงชีวิต พวกเขาเหล่านั้นก็โดนโขกดอกเบี้ยในอัตราที่สูงจากตลาดการเงินโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

กว่าเงินดอกเบี้ยต่ำจะถึงมือก็คางเหลืองไปตามๆ กัน

นโยบายที่ดีแต่หากปฏิบัติไม่ได้ก็ไร้ความหมาย

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69