
ปริมณฑลพลเมืองชั้น2 ท่วมถ้วนหน้าจ่ายไม่เท่ากัน
ซวยซ้ำซวยซากราวกับเป็นพลเมืองชั้น 2 สำหรับชาวบ้านในเขตปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...วิทยา ปะระมะ
ซวยซ้ำซวยซากราวกับเป็นพลเมืองชั้น 2 สำหรับชาวบ้านในเขตปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะนอกจากต้องเสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำนานนับเดือนแทน กทม. ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ผ่านมา จนต้องรวมตัวก่อม็อบรื้อกระสอบทรายกันหลายครั้ง พอน้ำแห้งมากว่าครึ่งปี ชาวปริมณฑลก็ยังต้องมาเรียกร้องขอเงินชดเชยจากน้ำท่วมอีก
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเผยแพร่แก่ประชาชนระบุว่า จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในหลายๆ กรณี เช่น น้ำท่วมบ้านที่อยู่อาศัยประจำจะได้รับเงิน 5,000 บาททุกครัวเรือนเท่ากันหมด หากน้ำท่วมทั้งหลังจะจ่ายไม่เกิน 3 หมื่นบาท และกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จะช่วยเหลือค่าวัสดุก่อสร้างอีกไม่เกิน 2.4 แสนบาท/หลัง
อีกส่วนคือ หากบ้านเสียหายบางส่วนจะจ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท/หลัง และทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพจะช่วยเหลือเท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ขั้นตอนขอรับเงินชดเชยเหล่านี้ ผู้เสียหายต้องกรอกแบบฟอร์มแสดงรายการทรัพย์สินที่เสียหาย ยื่นแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะรวบรวมหลักฐานส่งมอบไปยังจังหวัดและกระทรวงมหาดไทย พิจารณาตัวเลขอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม พอประกาศตัวเลขเงินชดเชยที่แต่ละครอบครัวได้รับออกมา กลับปรากฏว่าเกิดความเหลื่อมล้ำเป็นอย่างมาก คนหมู่บ้านเดียวกัน บ้านติดกัน น้ำท่วมเท่าๆ กัน แต่กลับได้เงินชดเชยไม่เท่ากัน บางบ้านเป็นบ้านร้างแต่ดันได้เงินชดเชยในจำนวนที่สูง แต่บางคนกลับได้เงินแค่หลักร้อยบาท
ด้วยเหตุนี้ปลายเดือนที่ผ่านมา ชาวบ้านในหลายพื้นที่ทั้ง จ.ปทุมธานี นครปฐม และนนทบุรี ออกมารวมตัวเรียกร้องอีกครั้ง เพื่อทวงความเป็นธรรม ไล่มาตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ชาวบ้านหมู่บ้านริมทอง ย่านลำลูกกา คลองสอง กว่า 200 คน รวมตัวปิดถนนลำลูกกาขาออก เลยสะพานข้ามคลองสอง ลำลูกกาซอย 11 เพื่อเรียกร้องเงินชดเชย
วันที่ 28 พ.ค. ตัวแทนประชาชน 8 ตำบล ใน 2 อำเภอของ จ.ปทุมธานี เข้าร้องเรียนปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจ่ายเงินชดเชยน้ำท่วมกับ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขณะเดียวกันมีการปิดถนนอีก 2 จุด วัดโพสพเจริญผล อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และประชาชนอีกกลุ่มกว่า 1.000 คน ปิดถนนพหลโยธิน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 48-49 บริเวณหน้าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา 39 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
เช่นเดียวกับที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม ชาวบ้านใน อ.บางเลน กว่า 100 คน รวมตัวกันประท้วงขอความเป็นธรรมเรื่องเงินชดเชยซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากน้ำท่วม เพราะได้เงินไม่เท่ากัน
ล่าสุด วันที่ 31 พ.ค. ชาวบ้านจากหมู่บ้านพฤกษา 3 หมู่บ้านเต็มรักษ์ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เข้ายื่นหนังสือต่อ ประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาน้ำท่วมที่ไม่มีความเป็นธรรม สุดท้ายประชาต้องโทรศัพท์สั่งการไปยัง ผวจ.นนทบุรี ให้ระงับการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยางวดแรกออกไปก่อน แล้วให้เร่งตรวจสอบความเสียหายใหม่อีกครั้ง ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน
เมื่อสำรวจความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่ ทุกเสียงชี้นิ้วให้เป็นความผิดพลาดขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มั่วนิ่มตั้งแต่กระบวนการรับเอกสารไปจนถึงการประเมินค่าความเสียหายต่างๆ
แม่ค้าร้านของชำรายหนึ่งในหมู่บ้านพฤกษา 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ระบุว่า ในหมู่บ้านนี้มีครัวเรือนประมาณ 7,000-8,000 หลังคาเรือน ทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น หากเป็นบ้านชั้นเดียวจะมี 40% ที่ได้เงินชดเชยหลักหมื่นต้นๆ ที่เหลือได้ไม่ถึงหมื่นบาท ส่วนบ้าน 2 ชั้น จะได้เงินประมาณหมื่นต้นๆ จนถึง 1.8 หมื่นบาท
“ตัวเจ๊เองได้เงินชดเชยแค่ 9,500 บาท ส่วนคนที่ได้น้อยที่สุดได้แค่ 350 บาท และมากที่สุดอยู่ที่ 3 หมื่นบาท ก็ไม่เข้าใจว่า อบต.เอาอะไรมาคิด เพราะความจริงแล้วบ้านชั้นเดียวควรได้เงินมากกว่าด้วยซ้ำเพราะขนของหนีขึ้นชั้น 2 ไม่ได้ ทีบ้านร้างไม่มีคนอยู่ได้ 3.9 หมื่นบาท” เจ้าของร้าน กล่าว
เธอเล่าว่า ความมั่วนิ่มต่างๆ เริ่มตั้งแต่การไปยื่นเอกสารขอรับเงิน เพราะแต่ละบ้านส่วนใหญ่ก็จะกรอกรายการความเสียหายคล้ายๆ กัน แต่ในกรณีของเธอ เอกสารบางอย่างกลับถูกเจ้าหน้าที่ดึงออก แล้วบอกว่าไม่สามารถเบิกได้ แถมยังไม่มีการแจกแจงรายละเอียดหรือให้คำแนะนำใดๆ ด้วย
“เป็นแบบนี้ชาวบ้านไม่มีใครยอมหรอก คิดว่าตัวเจ้าหน้าที่ไม่พร้อมมากกว่า คงไม่มีการใช้เส้นสาย เพราะขนาดผู้ใหญ่บ้านยังได้แค่ 1.12 หมื่นบาท ส่วนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้แค่ 8,000 เอง ทาง อบต. ก็บอกว่าถ้าไม่พอใจตัวเลขที่ได้รับ ให้ยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยเพิ่มเติม ซึ่งจริงๆ แล้วอยากให้จ่ายเท่ากันหมดทุกบ้านไปเลย ปัญหาจะได้จบๆ สักครอบครัวละ 1.5-2 หมื่นบาท ก็พอใจแล้ว” เจ้าของร้านรายนี้ กล่าว
เช่นเดียวกับ วิรัตน์ พึ่งสังข์ ชาวบ้านหมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 3 บริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านพฤกษา 3 กล่าวว่า ยังมีความสับสนในเรื่องข้อมูล ว่าตกลงแล้วทางรัฐจะจ่ายอย่างไรและเมื่อไหร่ เพราะทาง อบต.บอกว่า จะได้ก่อนวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ขณะที่อีกกระแสบอกว่าทางจังหวัดให้ระงับการจ่ายออกไปก่อน
วิรัตน์ ชี้ว่าตั้งแต่ยื่นเอกสารไป ทาง อบต.ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินตรวจสอบความเสียหาย อยู่ๆ ก็เคาะตัวเลขมาเลยแล้วก็มีปัญหาได้ไม่เท่ากันอีก
“น้ำท่วมกว่า 2 เดือน ข้าวของผมเสียหายหลายอย่าง ทั้งรถเข็นที่ใช้เร่ขายของขึ้นสนิมใช้ไม่ได้ ประตูบ้าน เครื่องครัว เครื่องซักผ้า ฯลฯ เสียหายเยอะมาก แต่พอประกาศตัวเลขมาผมได้แค่ 1.27 หมื่นบาท แต่บ้านข้างๆ ผมได้ 7,000 บาท ทั้งที่ตอนกรอกเอกสารก็คล้ายๆ กัน แล้วตอนกรอกข้อมูลก็สับสน เจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเครื่องนอน ชุดนักเรียนเบิกไม่ได้เลย ไม่ได้ใส่ไปในรายการ แต่ตอนหลังกลับมาบอกว่าเบิกได้” วิรัตน์ กล่าว
สำหรับตัวเลขคนที่ได้เงินน้อยที่สุดในหมู่บ้านนี้ วิรัตน์ บอกว่า ได้แค่ 3,500 บาท น้อยเอาไปทำอะไรไม่ได้เลย แต่บางรายได้ถึง 3 หมื่นบาท ที่เด็ดสุดคือบ้านร้าง 7-8 หลัง ยังได้ตั้ง 1.9 หมื่นบาท ซึ่งก็ไม่ทราบเช่นกันว่าใครไปยื่นเรื่องขอรับเงินให้ “ผี”
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้สอบถามจาก อบต. ทาง อบต.เองก็ยอมรับในความบกพร่องและให้ยื่นแบบฟอร์มเข้าไปใหม่ ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับเพื่อนบ้าน พบว่ากว่า 70-80% ยังต้องการได้เงินเพิ่มเพราะความเสียหายมันสูงมาก ส่วนคนที่ได้ระหว่าง 1.6-2 หมื่นบาท ส่วนใหญ่จะพอใจและไม่ยื่นเรื่องเพิ่มเติมแล้ว
“ผมไม่คิดว่ามีการทุจริต แต่คิดว่าเป็นความสะเพร่าของ อบต.มากกว่า นั่งแต่ในห้องแอร์ ไม่ลงมาสำรวจความเสียหายจริงเลยเกิดปัญหาขึ้น ทุกวันนี้ผมยังไม่ซ่อมบ้านเลย เงินที่ได้มาแค่ทาสีบ้านก็ยังไม่พอ” วิรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากหมู่บ้านพฤกษา 3 แล้ว หมู่บ้านโดยรอบก็มีปัญหาไม่ต่างกัน ณรงค์ เชิญพึ่ง ชาวบ้านหมู่ 2 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านพฤกษา 14B กล่าวว่า เพิ่งยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยไปและยังไม่ทราบว่าจะได้เท่าไหร่ แต่ส่วนตัวก็เขียนรายการความเสียหายไปกว่า 6 หมื่นบาท ทั้งตู้แช่เครื่องดื่ม รถไถนา ประตูบ้าน ฯลฯ ซึ่ง อบต.เองบอกว่า จะทราบผลภายในสัปดาห์หน้าว่าจะได้เงินเท่าใด
ด้วยความที่ตั้งร้านหน้าหมู่บ้านจึงมักมีชาวบ้านจากหมู่บ้านพฤกษา 14B มาบ่นให้ฟังถึงความไม่เป็นธรรมเช่นกัน
“ใน ต.บางคูรัด ที่เคยได้ยินมา น้อยสุดอยู่ที่ 200 บาท แต่ที่แปลกๆ คือพวกบ้านร้างไม่มีคนอยู่ บ้านโดนยึดอยู่ๆ ก็ได้เงิน 2 หมื่นบาท แต่บ้านติดกันและมีคนอยู่กลับได้แค่ 5,000 บาท แล้วตอนน้ำท่วมก็ไม่เห็นมีใครมาตรวจสอบความเสียหาย แล้วมาสรุปตัวเลขกันแบบนี้ได้ไง”ณรงค์ กล่าว
ณรงค์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ทุกวันนี้ชาวบ้านแม้จะได้เงินไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่จะรวมตัวกันไปทะเลาะกับ อบต. เพราะไม่ชัดเจนว่าเอาเกณฑ์อะไรมาวัดความเสียหาย
หากเป็นไปได้อยากให้เปลี่ยนการจ่ายเงินให้เท่ากันหมด เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก







