posttoday
1มิ.ย.วันแห่งความเครียด

1มิ.ย.วันแห่งความเครียด

01 มิถุนายน 2555

เกมชิงจังหวะ-ไม่มีใครยอมใคร

เกมชิงจังหวะ-ไม่มีใครยอมใคร

ทีมข่าวการเมือง

ไม่บ่อยครั้งนักที่รัฐสภาจะเจอเหตุการณ์แห่งความสับสนเหมือนกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 1 มิ.ย. โดยความตั้งใจเดิมของ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องการเปิดประชุมสภาฯให้ได้ เพื่อให้ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติทั้ง 4 ฉบับ

การประเมินสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยเริ่มตั้งแต่ในช่วงเช้าโดยมีสส.เพื่อไทยเดินเข้ามาสภา8-10คนและเซ็นชื่อเข้าประชุม แต่เมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มเสื้อหลากสีตัดสินใจนำมวลชนปิดทางเข้าออกรัฐสภาทุกเส้นทางเพื่อกดดัน ทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเครียดขึ้นมาทันที

เหตุผลสำคัญที่ไม่กล้าฝ่าฝูงชนเข้าไปเพราะกลัวซ้ำรอยเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้มีคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานเอาไว้แล้ว

ทางออกที่วิปรัฐบาลพยายามเสนอให้ประธานสภาฯตัดสินใจ คือ การเปลี่ยนสถานที่ประชุม ตัวเลือกประกอบด้วย ‘ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ’ ที่ตั้งของสถาบันพระปกเกล้า ‘ท่าอากาศยานดอนเมือง’ ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ‘หอประชุมกองทัพเรือ’ ไม่เว้นแม้แต่ ‘กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์’ ตัวเลือกหลังสุดมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เป็นรัฐสภาชั่วคราวเพราะมีทางออกได้หลายทางและอยู่ในค่ายทหาร ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย

แต่สุดท้ายเมื่อสอบถามมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงความพร้อมก็พบว่าอาจมีปัญหาคลุกคลักพอสมควร โดยเฉพาะการจัดเตรียมสถานที่ประชุมรวมไปถึงการขนเอกสารสำคัญ เพราะต้องฝ่ามวลชนที่ล้อมสภาออกไป อาจเสี่ยงต่อการปะทะ

1มิ.ย.วันแห่งความเครียด

 

ดังนั้น ประธานสภาฯตัดสินใจแก้ปัญหารอบแรกด้วยการใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 19 แจ้งเลื่อนการประชุมจากเวลา 9.30น.ไปเป็นเวลา 13.30 น.ออกไปก่อนเพื่อซื้อเวลาชั่วคราว

ประธานสภาฯมีเวลาประเมินสถานการณ์อีกสองชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเวลา 13.30น. จึงประสานงานให้ตำรวจที่ควบคุมพื้นที่บริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย พยายามเปิดเส้นทางนี้เพื่อให้รถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถขนสส.พรรคเพื่อไทยเข้าไปในรัฐสภาผ่านทางประตูประสาทเทวฤทธิ์ 

เมื่อเริ่มดำเนินการตามแผนปรากฎว่าไม่เป็นไปอย่างที่คิดเพราะมวลชนสามารถยึดพื้นที่ได้ ระหว่างนั้นเองมีรถตู้ของของตำรวจที่บรรทุกสส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อจะเข้ารัฐสภาผ่านทางถนนราชสีมา

ที่สุดแล้วก็ต้องหันพวงมาลัยรถกลับที่ทำการพรรคเพื่อไทย ภายหลัง พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งบัญชาการอยู่ในพื้นที่ดำเนินการเปิดพื้นที่ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังพรรคเพื่อไทยว่า “ทำเต็มที่แล้วแต่ไม่สามารถเปิดทางให้รถตู้สส.พรรคเพื่อไทยเข้ามาได้มีผู้ชุมนุมเต็มไปหมด” 

เท่ากับว่าความพยายามการเปิดประชุมสภาฯจึงมาจบลงตรงที่การรายงานสถานการณ์ของผบช.น. ประธานสภาฯจึงได้สั่งเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนดและให้ ‘พิทูร พุ่มหิรัญ’ เลขาธิการสภาฯแจ้งไปยังสส.ฝ่ายค้านทราบถึงการตัดสินใจดังกล่าว

ทว่าเรื่องไม่จบลงตรงนี้แต่กลายเป็นจุดเริ่มของการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์นอกสภา เนื่องจาก ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ถามมายังเลขาธิการสภาฯว่า “คำสั่งเลื่อนไปประชุมสัปดาห์หน้าคือวันไหน”

1มิ.ย.วันแห่งความเครียด

 

เลขาสภาฯจึงต้องโทรศัพท์สอบถามไปยังนายสมศักดิ์อีกครั้งจนได้คำตอบว่า “วันที่ 6 มิ.ย.เวลา13.30น. วันที่ 7 มิ.ย.เวลา 10.00น.” ทำให้ฝ่ายค้านยอมถอนตัวเองออกจากรัฐสภาเพราะเดิมเกรงว่าประธานสภาฯจะเล่นแง่ด้วยการเรียกประชุมสภาฯวันที่ 5 มิ.ย. จึงต้องการให้มีข้อผูกมัดกับประธานสภาฯจะไม่มีการพิจารณาร่างกฎหมายปรองดองในวันนั้น

โดยฝ่ายค้านประเมินว่า วันที่ 5 มิ.ย.ถึงจะไม่มีวาระลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็จริงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยอาจใช้จังหวะนี้เรียกประชุมสภาฯในวันที่ 5 มิ.ย.ได้

“คาดว่าเมื่อประธานรัฐสภาแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นก็จะดำเนินการปิดประชุมรัฐสภา และสั่งให้ประชุมสภาฯทันที เพราะวันนั้นจะมีสส.เดินทางเข้าในรัฐสภาอยู่แล้วส่งผลให้การเปิดประชุมสภาฯเพื่อพิจารณากฎหมายปรดองวาระแรกได้เลย เพราะแม้ข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 13 จะบัญญัติให้แจ้งการประชุมสภาฯล่วงหน้า 3 วันก็จริงแต่ในวรรค 2 ของข้อบังคับดังกล่าวกำหนดข้อยกเว้นให้ประธานสภาไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า3วันก็ได้หากมีความเห็นสมควร ทำให้ฝ่ายค้านต้องการความชัดเจนจากประธานสภาฯว่าจะไม่รวบรัดอีก”  แหล่งข่าวจากวิปฝ่ายค้านวิเคราะห์

โชคดีของประเทศไทยที่ผ่านวันที่ 1 มิ.ย.โดยไม่มีการสูญเสีย

 
 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่