
ประธานรวบรัดเร่งเร้าความรุนแรง
สภาผู้แทนราษฎรเกิดเหตุวุ่นซ้ำสองภายหลัง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดย... ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์ ธนพล บางยี่ขัน
สภาผู้แทนราษฎรเกิดเหตุวุ่นซ้ำสองภายหลัง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งผลการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะ มีมติ 22 ต่อ 1 ว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... ทั้ง 4 ฉบับ ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน
จุดชนวนให้บรรยากาศการประชุมทวีความตึงเครียด โดยเฉพาะฝ่ายค้าน นำโดย ธนา ชีรวินิจ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พยายามให้ประธานสภาชี้แจง รวมถึงตอบประเด็นข้อสงสัยของฝ่ายค้าน ถึงเรื่องผลการประชุมในกรรมาธิการ ไม่เป็นกฎหมายการเงินอย่างไร เพราะเกี่ยวข้องกับเงินภาษีของประชาชนจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทเป็นเดิมพัน แต่ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น จะยอมรับชดใช้ค่าเสียหายของแผ่นดินหรือไม่
ทว่า สถานการณ์ยิ่งระอุเข้าไปอีกเมื่อประธานสภายืนกรานไม่ให้สมาชิกอภิปรายเรื่องดังกล่าวอีก ด้วยเหตุผลกระบวนการในการประชุมของกรรมาธิการได้จบไปแล้ว ซึ่งใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง 45 นาที ก็น่าจะได้ข้อสรุปแล้ว พร้อมทั้งตัดบทหยิบญัตติที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้เสนอขอให้เลื่อนขึ้นมา
นอกจากนี้ ความพยายามตัดบทโดยให้มีการลงญัตติว่าจะขอเลื่อนวาระหรือไม่ ทำให้ระหว่างนี้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มลุกขึ้นประท้วง พร้อมด้วยการส่งเสียงโห่อยู่เป็นระยะ จนทำให้สมศักดิ์พูดอย่างมีอารมณ์กลางที่ประชุมว่า นี่คือสภาผู้แทนราษฎร และจะอนุญาตให้อภิปรายได้อีกไม่กี่คน ซึ่งเป็นอำนาจของประธานสภาว่าจะให้พูดหรือไม่
อย่างไรก็ดี สมศักดิ์ได้ชี้แจงพร้อมยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับ ไม่เป็นกฎหมายการเงิน และไม่มีเหตุอะไรที่เกี่ยวกับกฎหมายการเงิน ดังนั้นควรต้องดำเนินการต่อ ถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอื่น จะขอมติว่าจะให้เลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหรือไม่
จากนั้นประธานสภาได้ขอตรวจสอบองค์ประชุม ทำให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์พากันส่งเสียงโห่แล้วพากันลุกขึ้นไปประท้วงอยู่ที่หน้าบัลลังก์ นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ สส.ตรัง อรรถพร พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ และชุมพล จุลใส สส.ชุมพร
ทำให้สถานการณ์ภายในห้องเป็นไปอย่างอึมครึม ขณะที่บนบัลลังก์ของประธานสภาได้มีตำรวจสภายืนคุ้มกันอยู่ทั้งสองข้าง แต่สมศักดิ์ก็ยังให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม ด้วยการพูดอย่างรวดเร็วไม่ฟังเสียงประท้วงของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ เมื่อผลการแสดงตนปรากฏว่ามีองค์ประชุม 276 คน ถือว่าครบองค์ประชุม
จากนั้นประธานสภาก็ให้สมาชิกลงมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับการเลื่อนญัตติ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของ สส.พรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่ขาดสาย เมื่อสุดท้ายผลการลงมติเห็นด้วยให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก ด้วยมติ 272 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง พร้อมนัดประชุมในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 09.30 น. และสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 17.05 น.
ทันทีที่ประธานสภากดออดปิดประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนอยู่หน้าบัลลังก์ของประธานสภาได้พากันขว้างปาหนังสือข้อบังคับการประชุมและเอกสารของเจ้าหน้าที่รัฐสภาที่วางอยู่หน้าบัลลังก์เข้าใส่ที่นั่งประธาน จนโดนตัวสมศักดิ์บริเวณหน้าอกข้างซ้าย ทำให้สมศักดิ์ต้องรีบลุกออกจากบัลลังก์ไปในทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภากันตัวออกไปยังด้านหลัง ท่ามกลางการขว้างปาเอกสารของ สส.พรรคประชาธิปัตย์
อีกมุมหนึ่งของสภายังมีความวุ่นวายอื่นๆ คือ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้เดินไปต่อว่า ธานี เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ขณะที่ การุณ โหสกุล สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ก็ปรี่เข้าไปจะร่วมวงด้วย ทำให้ตำรวจสภาต้องรีบไปกันตัวออก เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกัน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากปิดการประชุม “สมศักดิ์” รวมถึงรองประธานสภาและ สส.ของพรรคเพื่อไทย ได้รีบขึ้นรถออกจากรัฐสภาไปในทันที ด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
สถานการณ์สภาสองวันที่ผ่านมาในการผลักดันร่างกฎหมายปรองดองไม่ได้ทำให้เกิดบรรยากาศปรองดองแต่อย่างไร แต่กำลังเพิ่มอุณหภูมิความขัดแย้งมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ







