
ม็อบปิดตลาดยาง2จังหวัดยืดเยื้อ
ปิดตลาดกลางยางพาราสงขลานครศรีธรรมราช
ปิดตลาดกลางยางพาราสงขลานครศรีธรรมราช
ชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดได้ชุมนุมปิดตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 29 พ.ค. เรียกร้องให้โครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารารับซื้อยางจากเกษตรกรทั่วไป และสถาบันเกษตรกรให้มีความเท่าเทียมกันเพื่อความเป็นธรรม
การปิดตลาดกลางยางทั้งสองจังหวัด ทำให้เกิดผลกระทบไม่สามารถเปิดประมูลยางพาราได้ คงเหลือตลาดกลางฯ จ.ยะลา และสุราษฎร์ธานี เท่านั้นที่เปิดประมูลตามปกติ ทำให้ผลผลิตยางพาราภาคใต้หายไปจากตลาดวันละ 200-300 ตัน ซึ่งหากการชุมนุมปิดตลาดยังยืดเยื้อผลกระทบก็จะยิ่งมากขึ้น
นายอำนวย พูลเนียม ประธานชมรมยางพาราภาคใต้ กล่าวว่า จะปักหลักปิดตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา ไปจนถึงเย็นวันที่ 30 พ.ค. เพื่อรอเจรจากับผู้อำนวยการองค์การสวนยางอีกครั้ง หากไม่ได้รับคำยืนยันในการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ชาวเกษตรกรสวนยางจากพื้นที่ จ.สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง และนครศรีธรรมราช จะเดินทางมารวมตัวกันปิดถนนเรียกร้องให้มีการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป
“ขอเรียกร้องให้องค์การสวนยางทุกแห่งเสนอราคาประมูลให้เกษตรกรทั่วไปเท่ากับสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และรัฐบาลควรติดตามผลกระทบจากการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้งต้องกำหนดแผนพัฒนาศักยภาพการผลิต การตลาด และอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งจะนำมาสู่ราคายางที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะมีการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปหากไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากรัฐบาล” นายอำนวย กล่าว
นายเทียนชัย อินทศิลา แกนนำเกษตรกรสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางดำเนินการเป็น 2 มาตรฐาน หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องเกษตรกรจะมีมาตรการกดดันเข้มข้นขึ้นไปตามลำดับ
ด้านนายสุวิทย์ รัตนพงศ์ ผู้อำนวยการตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมปิดตลาดกลางยางพารา ทำให้ไม่สามารถเปิดการประมูลซื้อขายยางพาราได้ ทำให้ยางพาราอย่างน้อย 200-300 ตัน หายไปจากตลาดจะส่งผลกระทบกับกลไกตลาดในระดับหนึ่ง และหากยืดเยื้อจะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้น







