
กรณ์พรบ.ปรองดองเลวร้ายกว่ารัฐประหาร
อดีต รมว.คลัง ชี้พ.ร.บ.ปรองดองล้างคำพิพากษาเป็นการทำลายประชาธิปไตย และเลวร้ายไม่น้อยกว่าการรัฐประหาร
อดีต รมว.คลัง ชี้พ.ร.บ.ปรองดองล้างคำพิพากษาเป็นการทำลายประชาธิปไตย และเลวร้ายไม่น้อยกว่าการรัฐประหาร
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.คลัง ได้เขียนข้อความบนเฟสบุ๊ค Korn Chatikavanij หัวข้อ "ทำไมวันนี้ถึงสำคัญ" โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ใครก็ตามที่เสนอกฎหมายที่นำไปสู่การพลิกคำพิพากษาศาล โดยเฉพาะเป็นคำพิพากษาที่มีผู้แก้กฎหมายเป็นจำเลย คนผู้นั้นคือผู้ที่กำลังยำยีระบอบประชาธิปไตย เพราะถ้าสังคมประชาธิปไตยจะอยู่ได้ ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ต้องเคารพกฎหมาย
ถามว่าการใช้กฎหมายในกรณีคดีคุณทักษิณนั้นยุติธรรมหรือไม่ ผมขอบอกว่าคุณทักษิณจำนนต่อหลักฐานในศาลอย่างสิ้นเชิง ผมยังจำได้ว่าผมได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า การที่ศาลได้ยึดเงินคุณทักษิณไว้ประมาณ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทแต่คืน 'ต้นทุนเดิม' ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเสมือนกับเป็นการพิพากษาให้คุณทักษิณ 'โกงแล้วเท่าทุน' ดังนั้น ผมจึงมองว่าศาลท่านได้มีความเมตตาต่อคุณทักษิณแล้ว และก่อนที่จะมีคำพิพากษา คุณทักษิณและพวกก็ได้เรียกร้องให้ผลออกมาเช่นนี้ แต่คุณทักษิณเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว ได้คืบก็จะเอาศอก วันนี้จึงจะพยายามเอาคืนทั้งหมด
ส่วนการพิจารณาคดีนั้น ก็เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วและมีผลกับทุกคนเท่ากันทั้งสิ้น แม้แต่คตส.ก็ทำหน้าที่เก็บหลักฐานโดยอาศัยกฎหมายปปช.เดิม และคุณทักษิณก็ได้มีโอกาสเต็มที่ในการหักล้างข้อกล่าวหาในชั้นศาล แม้แต่คุณยิ่งลักษณ์ นายกฯคนปัจจุบันของเรา ก็ยังได้ลุกขึ้นเบิกความเท็จต่อศาล เพื่อหวังช่วยพี่ชาย แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงได้
ดังนั้น ผมจึงมีความคิดเห็นว่าการผลักดันพรบ.'ปรองดอง'ฉบับนี้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ขัดต่อหลักยุติธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และมีความเป็นเผด็จการที่เลวร้ายไม่น้อยกว่าการรัฐประหาร เพราะเป็นการใช้อำนาจเผด็จการในคราบของความเป็นประชาธิปไตย
เราต้องพิจารณาว่าเราอยากอยู่ในสังคมแบบไหน และต้องถามว่าเราพร้อมจะทำอะไรบ้างเพื่อได้สังคมที่ต้องการ







