
ยุโรปเหลวอีกหน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮอร์รัลด์ ทริบูน ของสหรัฐ แสดงความรู้สึกผิดหวังต่อผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการของเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกร้องให้กรีซปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงรับเงินกู้จากอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อย่างเคร่งครัด
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮอร์รัลด์ ทริบูน ของสหรัฐ แสดงความรู้สึกผิดหวังต่อผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการของเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกร้องให้กรีซปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงรับเงินกู้จากอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อย่างเคร่งครัด
สื่อชื่อดังให้เหตุผลว่า ณ เวลานี้ แผนรัดเข็มขัดเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขวิกฤตหนี้ยุโรป เพราะนอกจากจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่ตกเป็นหนี้ต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว ยังทำให้การชำระหนี้คืนเป็นไปได้ยากลำบากมากขึ้นอีกด้วย
นอกเหนือจากนั้น กระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อการใช้แผนรัดเข็มขัดยังก่อให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองในกรีซขึ้นมาในปัจจุบัน จนต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้
สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความกังวลว่า หากพรรคที่มีแนวคิดต่อต้านหรือยกเลิกแผนรัดเข็มขัดสามารถจัดตั้งรัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งใหม่ได้และนำกรีซออกจากกลุ่มยูโรโซน อาจทำลายเสถียรภาพและสร้างความวุ่นวายขึ้นในระบบการเงินและเศรษฐกิจไปทั่วทั้งยุโรปและทั่วโลก เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นกับกรณีการล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส เมื่อปี 2551 เนื่องจากระบบการเงินและเศรษฐกิจของโลกได้เชื่อมต่อถึงกันอย่างสลับซับซ้อนอย่างมาก
ดังนั้น สื่อชื่อดังของสหรัฐจึงให้ข้อเสนอแนะว่าผู้นำอียูควรหันมามุ่งเน้นแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ผ่านการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และในขณะเดียวกันก็ควรผลักดันแผนการออกพันธบัตรยูโรโซนร่วมให้เป็นจริง เนื่องจากแผนดังกล่าวจะช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนการระดมเงินจากตลาดของกลุ่มประเทศที่เป็นหนี้ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ ยุโรปจะต้องผันเงินจากกองทุนช่วยเหลือกองทุนรักษาเสถียรภาพถาวร (อีเอสเอ็ม) กว่า 6.4 แสนล้านยูโร เข้าสู่ภาคธนาคารที่ประสบปัญหาสภาพคล่องโดยตรงด้วย







