
อภิสิทธิ์ ยันไม่ปิดทางยุบสภา-ลาออก
นายกฯยัน ไม่เคยปิดทางยุบสภาหรือลาออก ระบุจะทำทุกวิถีทางไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
นายกฯยัน ไม่เคยปิดทางยุบสภาหรือลาออก ระบุจะทำทุกวิถีทางไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานครจากการชุมนุมใหญ่ ระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ว่า ส.ส.กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ 30 คน มีความเป็นห่วงเพราะผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือคนในกรุงเทพ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง ทั้งนี้การที่รัฐบาลประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ล่วงหน้าเพราะสาเหตุใด และนายกรัฐมนตรีมั่นใจและกล้ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดสงครามกลางเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า จุดยืนรัฐบาลที่เกี่ยวกับการชุมนุมชัดเจนคือการเคารพสิทธิ์ประชาชนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญคือสงบ และปราศจากอาวุธ โดยไม่กระทบต่อประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 9 ต.ค.51 วางแนวทางชัดเจนเกี่ยวกับผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ไว้ชัดเจน คือ สามารถชุมนุมได้ แต่ถ้ามาสร้างความหวาดกลัว ปิดล้อมสถานที่ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ และส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนนั้นการชุมนุมจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
“ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ การประกาศใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งตรงนี้ไม่เหมือนกับการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพราะการประกาศพ.ร.บ.นั้น มุ่งป้องปรามเหตุไม่ใช่การปราบปราม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการประกาศใช้ใน กทม. ชะอำ ภูเก็ต หัวหิน ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ข่าวสารในขณะนี้มีมากมาจากทุกฝ่ายรวมถึงทำร้ายกันเองเพื่อสร้างเงื่อนไข ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีมาตรการไม่ให้เป็นเหยื่อการชุมนุม นอกจากนี้รัฐบาลจะมีการเปิดเผยข้อมูล ให้สื่อได้ติดตามอย่างโปร่งใส ถ้าทุกคนอยู่ในกรอบกฎหมายก็สามารรถจะผ่านเหตุการณ์นั้นไปได้ เพราะถ้ามีความรุนแรงไม่มีใครได้รับชัยชนะ มีแต่ความเดือดร้อนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
“ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่และผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการเห็นความรุนแรง หน้าที่รัฐบาลคือทำอย่างไรไม่ให้เกิดเงื่อนไขทางการชุมนุม ซึ่งรัฐบาลให้ความมั่นใจที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อความยั่วยุ ด้วยการยึดหลักกฎหมาย หลักนิติธรรม ขันติธรรม เพื่อให้บ้านเมืองนี้ผ่านไปได้และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการแจ้งข่าว แจ้งเบาะแส รวมถึงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันขอให้ใช้ความอดทน อดกลั้นด้วย และขอให้ผู้ชุมนุมเข้าใจว่ารัฐบาลไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายในบ้านเมือง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายองอาจ ได้ถามต่อว่า ขณะนี้มีการวิเคราะห์จากสื่อทั้งในและต่างประเทศว่า หากการชุมนุมในครั้งนี้เกิดเหตุการณ์รุนแรง นายกรัฐมนตรีมี 3 ทางเลือก คือ ยุบสภา ลาออก หรือเกิดปฎิวัติรัฐประหาร อยากทราบว่านายกรัฐมนตรีจะมีแนวทางใดในการแก้ปัญหานี้
นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และ และไม่เคยปิดทางยุบสภาหรือลาออก แต่ต้องมั่นใจว่าตรงนี้เป็นทางออกทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง หรือกระทบต่อระบบ ส่วนการปฏิวัติรัฐประหารนั้นเรามีหน้าที่ไม่ให้เกิดขึ้นเพราะการปฏิวัติมีแต่บาดแผลความเสียหายเพิ่มเติม ทำให้บ้านเมืองถอยหลังในสายตาชาวโลกและทำให้ประเทศไทยไปสู่ความรุนแรงแบบไม่จบสิ้น
“ผมไม่ได้ยึดติดว่าจะอยู่ในอำนาจได้นานแค่ไหน ซึ่งการยุบสภา ลาออกแล้วทำให้ทุกๆอย่างดีกว่านี้ผมก็ไม่มีปัญหา แต่การปฎิวัติรัฐประหาร นั้นผมรับไม่ได้”







