posttoday
บทบาทภาครัฐต่อการเจรจาเอฟทีเอ (ตอนที่ 1)

บทบาทภาครัฐต่อการเจรจาเอฟทีเอ (ตอนที่ 1)

11 มีนาคม 2553

 

....สุเทพ กล่ำทวี [email protected]

ในบรรยากาศการค้าโลกยุคปัจจุบันที่บรรดาประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมาย กฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติด้านการค้าสากล (International Trade) ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนของทุกประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องประสานและให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประสิทธิภาพในการเตรียมตัวและรับมือกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement) ซึ่งกำลังกลายเป็นประเพณีปฏิบัติที่ทุกชาติทั่วโลกให้การยอมรับและกำลังกลายเป็นแฟชั่นในทางการค้าโลกไปแล้ว

การเจรจาการข้อตกลงการค้าเสรี หรือมักนิยมเรียกชื่อย่อว่า “เอฟทีเอ” หมายถึงการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศคู่ค้าต่อประเทศคู่ค้าแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เช่น สหรัฐอเมริกาเจรจากับสิงคโปร์ ไทยเจรจากับจีน หรือ ไทยเจรจากับอินเดีย เป็นต้น หรือจะเป็นแบบหนึ่งประเทศต่อกลุ่มเศรษฐกิจการค้าก็ได้ เช่น ประเทศจีนเจรจาเอฟทีเอกับกลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน 10 ประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของการเจรจาเอฟทีเอก็คือ ความพยายามของประเทศคู่ค้าที่ต้องการให้แต่ละฝ่ายลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าและบริการให้เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ เพื่อสะดวกต่อการค้าขายซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์ต่อการลดต้นทุนทั้งในส่วนที่เป็นสินค้าและบริการ อันจะส่งผลให้มูลค่าการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Volume) เป็นไปแบบก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในสภาพของความเจริญรุ่งเรืองโดยถ้วนหน้ากัน ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักการการค้าเสรี (Free Trade Principle)

โดยหลักของการเจรจาต่อรองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาต่อรองแบบใดก็ตาม เราไม่สามารถที่จะเจรจาต่อรองเพื่อให้เราได้เปรียบคู่เจรจาได้อย่างสม่ำเสมอหรือตลอดไป มิฉะนั้นแล้วจะไม่มีใครที่จะเข้ามาเจรจาต่อรองกับเราโดยเด็ดขาด นั่นก็หมายความว่า การเจรจาต่อรองทุกเรื่องจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการรับและการให้ (Give and Take) หรือคู่เจรจาทั้งสองฝ่ายสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งในรายละเอียดของการเจรจาต่อรองแล้วใครเตรียมตัวดีกว่า มีข้อมูลที่ดีกว่า มีการคาดการณ์และการวิเคราะห์ที่เฉียบคมกว่า และที่สำคัญก็คือ มีศักยภาพในการต่อรอง (Bargaining Power) สูงกว่าหรือเหนือกว่าย่อมได้เปรียบในการเจรจา

ถ้าจะถามว่าทำไมการเจรจาต่อรองแบบเอฟทีเอจึงได้รับความนิยมมากกว่าการเจรจาต่อรองทางการค้าแบบอื่นๆ เหตุผลสำคัญแบบง่ายๆ ก็คือ กระบวนการเจรจาการค้าแบบเอฟทีเอมักจะเป็นกระบวนการเจรจาต่อรองแบบสองต่อสองหรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า การเจรจาแบบทวิภาคี (Bilateral Trade Negotiation) เป็นกระบวนการที่ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนเหมือนกับการเจรจาต่อรองแบบมากมายหลายฝ่ายหรือที่เรียกแบบเป็นทางการว่า การเจรจาต่อรองแบบพหุภาคี (Multilateral Trade Negotiation)

การเจรจาต่อรองแบบหลังนี้กระบวนการจะยุ่งยากมากกว่าและหลายๆ ครั้ง กว่าจะตกลงกันได้หรือสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ก็ต้องอาศัยระยะเวลายาวนาน เช่น การเจรจาต่อรองระหว่างกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เรื่องการสนับสนุนสินค้าเกษตรที่ยังเป็นปัญหาไม่สามารถตกลงกันได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญของการเจรจาเอฟทีเอก็คือ รัฐบาลแต่ละประเทศต้องทราบว่าจะต้องทำอย่างไรให้การเจรจาเอฟทีเอเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากที่สุด และเสียประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของแต่ละประเทศจะต้องรับภาระและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเป้าหมายของการเจรจาเอฟทีเอให้เป็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้น

ในสัปดาห์หน้า เราจะมาดูเรื่องถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ และแนวทางปฏิบัติในการเจรจาเอฟทีเอกันต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69