posttoday
ไทยไม่ถึงไหน ตกขบวนเศรษฐกิจโลกคึกคัก

ไทยไม่ถึงไหน ตกขบวนเศรษฐกิจโลกคึกคัก

11 มีนาคม 2553

8...ทีมข่าวต่างประเทศ

“ตัวเลขส่งออกจีนถีบตัวขึ้นมาเหนือความคาดหมาย”

“โพลชี้ ปีนี้สิงคโปร์ขยายตัวคึกคัก”

“เวียดนามเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์รับฟื้นตัว”

“รองผู้ว่าการอาร์บีเอ ระบุ เศรษฐกิจออสเตรเลียโตเร็วกว่าคาด” ฯลฯ

พาดหัวข่าวเหล่านี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงบรรยากาศการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และทิศทางในด้านบวกของตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้กับบางประเทศที่ยังไม่อาจไล่ตามความคึกคักนี้ได้ทัน

น่ากลัวว่า ในเวลานี้ไทยอาจกำลังกลายเป็นเพียงประเทศเดียวที่ตกขบวนรถแห่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยเหตุผลมากมายก่ายกอง ตั้งแต่ ความล่าช้าในการลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ จากวิกฤตการเมืองยืดเยื้อ

สถานการณ์ของไทยย่อมแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เมื่อพิจารณาถึงน้ำหนักของปัจจัยทางการเมืองที่นับวันยิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้เราสามารถก้าวไปสู่อีกขั้นตอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

เมื่อไล่เรียงสถานการณ์และแนวโน้มของแต่ละประเทศแล้ว หันมาเทียบกับไทยยิ่งให้ปริวิตกยิ่งขึ้น

ในวันเดียวกัน คือวันที่ 10 มี.ค. มีประเทศในเอเชียแปซิฟิกอย่างน้อย 5 ประเทศ ระบุผ่านตัวเลขเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ และทั้งการคาดการณ์ว่า ปี 2553 จะเป็นปีที่แต่ละประเทศจะสามารถเกาะกระแสลมบนทางเศรษฐกิจกันโดยถ้วนหน้า ที่สำคัญก็คือ ประเทศเหล่านี้ไม่ต้องเผชิญกับปัจจัยลบยืดเยื้อเหมือนกับไทย

ไล่มาตั้งแต่จีน ที่ล่าสุดยอดส่งออกช่วงเดือน ก.พ. ไม่เพียงขยายตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยยอดที่พุ่งขึ้นถึง 45.7% มูลค่ารวม 9.45 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขล่าสุดเป็นสัญญาณตอกย้ำถึงความต้องการสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่า ไม่เพียงแค่จีนเท่านั้นที่กำลังฟื้นตัว แต่ประเทศคู่ค้ากำลังเกาะกระแสเดียวกัน เพราะหากไม่ไปตามแนวโน้มที่ว่านี้ ก็ย่อมไม่มีกำลังซื้ออย่างแน่นอน

ในส่วนของสิงคโปร์ นักเศรษฐศาสตร์ถึง 20 คนจากสำนักงานการเงินสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งธนาคารกลางของประเทศคาดการณ์ว่า ในปีนี้สิงคโปร์จะขยายตัวถึง 6.5% สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 5.5% ด้วยแรงหนุนจากภาคการผลิตที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นมา 9.7% ตรงกันข้ามกับปีที่แล้วอย่างหน้ามือเป็นหลังมือจากเมื่อปีที่แล้วที่ติดลบ 4.1%

ความคืบหน้าของฟิลิปปินส์ยิ่งน่าจับตายิ่งกว่าจีนและสิงคโปร์ ภาคส่งออกของแดนตากาล็อกช่วงเดือน ม.ค. ทะยานขึ้นมาถึง 42.5% หรืออยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี ด้วยอานิสงส์จากการคืนชีพของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของฟิลิปปินส์ที่ดีดขึ้นมา 59%1 และกินสัดส่วนการส่งออกทั้งหมดของประเทศถึง 41%

ที่ออสเตรเลีย ฟิลิป โลว์ รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัวรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการลงทุนของภาคธุรกิจที่ขณะนี้มีสัดส่วนราว 16% ของตัวเลขจีดีพี ซึ่งถือเป็นสัดส่วนโดยเฉลี่ยที่เท่ากับระดับสูงสุดในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งยังคาดว่าอาจปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีต่อๆ ไป

ในส่วนของญี่ปุ่น แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืดพร้อมๆ กับความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยซ้ำซ้อน แต่ มิยาโกะ สุดะ กรรมการบริหารของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แสดงความเห็นว่า ขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มปรับความเสี่ยงด้านลบให้กลับมามีสมดุลได้อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า BOJ จะทุ่มเทความพยายามเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

นอกจากประเทศทั้ง 5 ประเทศจะออกมาประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันแล้ว ก่อนหน้านี้ยังมีเกาหลีใต้ที่แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีในลักษณะเดียวกัน โดยช่วงเดือน ก.พ. ภาคส่งออกของแดนโสมดีดตัวขึ้นมาถึง 31% หรือขยายตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมการผลิตช่วงเดือน มี.ค. สูงสุดนับแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2545

ใช่ว่าประเทศเหล่านี้จะสามารถนำพาเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคใหม่โดยปราศจากอุปสรรค

เพราะขณะที่จีนกำลังเร่งเครื่องเพื่อสลัดให้พ้นจากภาวะขาลงของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่ แต่ในทันทีที่จีนมีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง จีนตกเป็นเป้าโจมตีในทันที เกี่ยวกับประเด็นค่าเงินหยวน และกระแสปล่อยเงินกู้ปริมาณมหาศาล

หรือจะเป็นเกาหลีใต้ที่กำลังเกาะลมบนเช่นกัน แต่กลับต้องเผชิญกับอัตราว่างงานที่สูงถึง 4.8% หรือสูงสุดในรอบ 10 ปี จนประธานาธิบดี ลีมยองบัก ต้องประกาศยกให้ปัญหาว่างงานถือเป็นวาระแห่งชาติ และตั้งเป้าลดระดับให้เหลือ 3% ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ประเทศเหล่านี้กำลังเผชิญ ล้วนแต่เป็นปัญหาในเชิงเทคนิคที่สามารถแก้ไขได้ด้วยกลไกทางเศรษฐกิจ ผิดกับไทยซึ่งเผชิญกับปัญหาในเชิงโครงสร้าง มิหนำซ้ำยังเป็นโครงสร้างที่เกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกระหว่างเศรษฐกิจและการเมือง แตกต่างจากบางประเทศ ที่พัฒนาทางการเมืองและพัฒนาการทางเศรษฐกิจแยกจากกันในระดับหนึ่ง ดังเช่นกรณีของสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ไทยย่อมมีเอกลักษณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองแตกต่างจากประเทศเหล่านี้ แต่หากยังไม่สามารถตีโจทย์ และสะสางไขปัญหาค้างคาได้ เศรษฐกิจของประเทศก็จะยังคงเคลื่อนตัวอย่างทุลักทุเล เพราะถูกหน่วงเหนี่ยวด้วยปัญหาพอกหางหมูที่จะยิ่งหนักอึ้งขึ้นทุกวัน

และคงไม่แคล้วที่ไทยจะต้องตกขบวนอยู่ร่ำไป

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69