posttoday
แฉปูสั่งเลขาฯครม.ซื้อที่ถวายในนามส่วนตัว

แฉปูสั่งเลขาฯครม.ซื้อที่ถวายในนามส่วนตัว

24 พฤษภาคม 2555

ไล่เหตุการณ์จับพิรุธ "ยิ่งลักษณ์" สั่งเลขาฯคณะรัฐมนตรี ซื้อที่ดินทุ่งมะขามหย่อง 7 ไร่ถวายในนามส่วนตัว พบบัญชีทรัพย์สินไม่เคยแจ้งมีที่ดินในอยุธยา

ไล่เหตุการณ์จับพิรุธ "ยิ่งลักษณ์" สั่งเลขาฯคณะรัฐมนตรี ซื้อที่ดินทุ่งมะขามหย่อง 7 ไร่ถวายในนามส่วนตัว พบบัญชีทรัพย์สินไม่เคยแจ้งมีที่ดินในอยุธยา

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี  ว่านายกฯและครอบครัวชินวัตรซื้อที่ดินทุ่งมะขามหย่อง 7 ไร่ ถวายในหลวง สร้างความสนใจกับประชาชนคนทั้งประเทศ  เพราะก่อนหน้านี้ 1 วัน  กรมประชาสัมพันธ์รายงานข่าวว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกรมที่ดินติดต่อเจ้าของแปลงนาเพื่อซื้อที่ดินให้นายกรัฐมนตรีทูลกล้าฯถวาย และเพิ่งโอนให้กันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ว่า ครอบครัวชินวัตร เตรียมถวายที่ดินประวัติศาสตร์ทุ่วงมะขามหย่องจำนวน 7 ไร่ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์รายงานว่า ทีมงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โทรศัพท์มาแก้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า เป็นการถวายในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร

ข่าวนายกรัฐมนตรีหรือครอบครัวชินวัตรถวายที่ดินสร้างความสับสนอย่างหนัก  เมื่อพบว่า กรมประชาสัมพันธ์ ได้รายงานข่าว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แปลงนาของตระกูลเตชะศิริวรรณ เจ้าของพื้นที่แปลงนาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเกี่ยวข้าวเมื่อปี พ.ศ.2538 เนื้อความโดยละเอียดดังนี้ 

เช้าวันที่ 21 พ.ค.2555 นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงนาอยู่ตรงข้ามกับทุ่งมะขามหย่อง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเกี่ยวข้าวและเปิดประตูน้ำเข้านา เมื่อปี พ.ศ.2538 โดยก่อนหน้านี้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ประสานกับกรมที่ดินให้ติดต่อเจ้าของแปลงนาเพื่อซื้อพื้นที่แปลงนาดังกล่าว ให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนิน ณ ทุ่งมะขามหย่อง และทุ่งภูเขาทอง ราวปลายเดือนพฤษภาคม นี้

สำหรับพื้นที่แปลงนาเป็นของตระกูลเตชะศิริวรรณ เป็นเจ้าของร่วม รวม 4 คน ประกอบด้วยนายมานิตย์ นายทวีศักดิ์ นางสาวพรพัฒน์ และนางสาวปัทมา เตชะศิริวรรณ มีพื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่ 3 งาน แต่ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อทำถนนไป 1 งาน คงเหลือ 7 ไร่ 2 งาน ปัจจุบันมีนายทวี พันธุ์เสือ อยู่บ้านเลขที่ 77/13 วัดตูม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้พื้นที่นาปลูกข้าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และไม่เคยจ่ายค่าเช่าที่นา เนื่องจากไม่มีบุคคลใดในตระกูลเตชะศิริวรรณ มาเก็บค่าเช่าที่นา

แฉปูสั่งเลขาฯครม.ซื้อที่ถวายในนามส่วนตัว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2555 นายทวี พันธุ์เสือ มีโอกาสพบกับผู้แทนของตระกูลเตชะศิริวรรณ พร้อมแจ้งให้ทราบว่า ได้เข้ามาทำนาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และยังไม่เคยพบกับเจ้าของที่ดินเลย อย่างไรก็ตาม พื้นที่แปลงนาจำนวน 7 ไร่ 2 งาน ได้มีการติดต่อซื้อขายในวงเงิน 20 ล้านบาท และจะมีการโอนในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.2555)"

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เว็บไซต์มติชน รายงานเรื่อง "อึ้ง!ที่แปลงนา"ในหลวง"ทรงเกี่ยวข้าว ทุ่งมะขามหย่องเมื่อ ปี 39 ปัจจุบันไม่เหลืออะไรเป็นอนุสรณ์เลย" มีความโดยละเอียดว่า

จากกรณีที่พสกนิการชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เร่งเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ และถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีหมายกำหนดการจะเสด็จพระราชดำเนินมายังทุ่งมะขามหย่อง พื้นที่โครงการแก้มลิงและเป็นสถานที่ตั้งพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย และที่สำคัญเป็นพื้นที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เคยเสด็จฯมาทรงเกี่ยวข้าว ณ ทุ่งมะขามหย่อง  เมื่อปี 2539 โดยหมายกำหนดการจะเสด็จพระราชดำเนินอย่างเป็นทางการทางสำนักพระราชวังยังไม่มีกำหนดออกมาอย่างชัดเจนนั้น

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555นี้  คุณยายสวัสดิ์ พรหมทัต อายุ 79 ปี อยู่บ้าน 31/2 ม.2 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา  ซึ่งบ้านอยู่ติดกับทุ่งมะขามหย่อง ได้พาผู้สื่อข่าวลงไปในพื้นที่แปลงานที่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยทรงเกี่ยวข้าวเมื่อปี 2539  ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนของทุ่งมะขามหย่อง ติดถนนสายปทุม-บางปะหัน หรือถนนสาย 347 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ เขต ม.2 ต.บ้านใหม่  พร้อมชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันไม่มีเหลือสภาพเค้าโครงหรือสิ่งใดที่แสดงว่าเคยเป็นที่พระองค์ท่านทรงเกี่ยวข้าวเลย  โดยเป็นเพียงแค่ข้าวนาปรังของเกษตรกรที่เช่าที่จากนายทุนทำนาเท่านั้น

แต่ส่วนด้านหน้ายังเหลือคลองขนาดเล็กกว่าประมาณ 1.5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ที่ราดคอนกรีตสำหรับนำน้ำจากทุ่งมะขามหย่องเข้ามาในทุ่งนาที่พระองค์ท่านทรงเคยเสด็จมาเท่านั้น ส่วนป้ายที่บ่งบอกว่า เป็นที่ดินประวัติศาสตร์ไม่มีให้เหลือให้เห็นแล้วเช่นกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีป้ายขนาดใหญ่จัดข้อความและมีเสาหัวกลึงงดงามเป็นจุดที่ติดป้านไว้ ทั้งหมดไม่เหลือให้เห็น

คุณยายสวัสดิ์ เผยว่า เดิมที่แปลงนาแห่งนี้เป็นของนางมณี เสถียรพจน์ ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่ และต่อมามีการซื้อขายเปลี่ยนมือหลายทอด โดยช่วงปี 39 มีนายทวี พันธุ์เสือ ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่เป็นคนเช่าที่นาแปลงนี้ทำกิน ต่อจากนั้นทราบว่าล่าสุดที่นาแปลงนี้อยู่ในมือหรือเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุนหรือคนมีเงินคนหนึ่งใน จ.ระยอง ตนเองในฐานะชาวบ้านก็งงกับทางราชการเพราะสถานที่นี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของชาติไทย แต่ทำไมไม่มีใครติดต่อทำให้ปรับปรุงสถานที่ให้ทรงคุณค่าแก่ลูกหลานและประวัติศาสตร์การทำนาของประเทศไทย  

ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมาก็ทิ้งร้างและไร้การดูแลและก็มีการทำนาปลูกข้าว  เข้าใจว่าเป็นที่นากรรมสิทธิ์ของเจ้าของ ไม่ใช่ที่ดินของหลวง แต่หลวงหรือราชการควรติดต่อซื้อคืนมาเพื่อทำ  อีกทั้งตรงจุดนี้ติดทุ่งมะขามหย่อง และติดถนนสายสำคัญเป็นถนนสายหลักของการเดินทางไปภาคเหนือที่ผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา หากพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ก็จะดีมาก

"ล่าสุดเมื่อก่อนน้ำท่วมปี 2554 สำนักพระราชวังติดต่อผ่าน อบต.ภูเขาทอง และ อบต.บ้านใหม่ มาว่าที่นาที่ในหลวงเกี่ยวข้าวอยู่ตรงไหน ตนเองก็มาดูและทุกฝ่ายในชุมชนก็พยายามที่จะตามหาเจ้าของที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง โดยสำนักพระราชวังแจ้งว่า อยากจะขอติดต่อซื้อที่ดินจำนวน 10 ไร่ตรงที่ในหลวงทรงเกี่ยวข้าวเพื่อมาทำสถานที่รำลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรโดยเฉพาะชาวนา แต่ทุกอย่างก็อยู่ระหว่าประสานงานและเงียบกันไปถึงวันนี้" คุณยายสวัสดิ์กล่าว

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา คณะทำงานนายกรัฐมนตรีเปิดเผยกับข่าวสดเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมเป็นที่ดินของชาวนาที่ขายทอดไป แต่นายกฯไปซื้อกลับมาภายในปีนี้ เพราะเห็นว่าเป็นที่ดินประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงเกี่ยวข้าวเมื่อปี 2539 จึงถือว่าเป็นที่ดินแปลงสำคัญ นายกฯจึงไปซื้อกลับมาเพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นอนุสรณ์ว่า ครั้งหนึ่งเคยเสด็จฯมาที่ดินแปลงนี้ เป็นความจงรักภักดีของนายกฯและครอบครัว ที่ต้องการน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแปลงนี้แด่พระองค์ท่าน

******************

เปิดทรัพย์สินปู ไม่เคยมีที่ดินอยุธยา 

จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แสดงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2554 เฉพาะที่ดินจำนวน 13 รายการ  มีดังนี้  
 
1.โฉนดที่ดิน หมายเลข 9494 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาวันที่ 8 ธ.ค.2524 จำนวน 8ไร่37 ตรว.มูลค่า 3,237,000 บาท

2.โฉนดที่ดิน หมายเลข 9463 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาวัน 26 มิ.ย.2530 จำนวน 98 ตรว.มูลค่า 294,000 บาท

3.โฉนดที่ดิน หมายเลข 72812 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาวันที่ 1 พ.ย.2536 จำนวน 35.4 ตรว. มูลค่า 1,770,000 บาท

4.โฉนดที่ดิน หมายเลข 81454 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาวันที่ 1 พ.ย.2536 จำนวน 17.7 ตรว. มูลค่า 885,000บาท

5.โฉนดที่ดิน หมายเลข 57310 ต.แสมดำ (บางบอน) อ.บางขุนเทียน กทม.  ได้มาวันที่  4 ก.พ.2541 จำนวน 18 ตรว. มูลค่า 720,000บาท

6.โฉนดที่ดิน หมายเลข 57430 ต.แสมดำ (บางบอน) อ.บางขุนเทียน กทม  ได้มาวันที่  4 ก.พ.2541จำนวน 57.6  ตรว. มูลค่า 2,304,000บาท

7. โฉนดที่ดิน หมายเลข 45721 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาวันที่ 24 ก.ค.2544 จำนวน 20.5 ตรว. มูลค่า 600,000บาท

8. โฉนดที่ดิน หมายเลข 1005 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้วันที่ 18ธ.ค.2545 จำนวน 2 ไร่ 2งาน 39 ตรว.มูลค่า 11,948,500บาท

9. โฉนดที่ดิน หมายเลข 7480 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้มาวันที่ 23 ก.ค.2546 จำนวน 1 ไร่ 2 งาน มูลค่า 18,090,000บาท

10. โฉนดที่ดิน หมายเลข70389 ต.คลองกุ่ม อ.บึงกุ่ม กทม. ได้มาวันที่ 26 พ.ย.2546 จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 95 ตรว. มูลค่า 13,438,000บาท

11. โฉนดที่ดิน หมายเลข16505 ต.คลองกุ่ม อ.บึงกุ่ม กทม.ได้มาวันที่ 26 พ.ย.2546 จำนวน 1ไร่ 3 งาน 82 ตรว. มูลค่า 10,562,000 บาท

12. โฉนดที่ดิน หมายเลข 51825 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาวันที่ 15 ต.ค.2552 จำนวน 11 ไร่ 84 ตรว. มูลค่า 672,600 บาท

13. โฉนดที่ดิน หมายเลข 67055 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาวันที่ 15 ต.ค.2552 จำนวน 11ไร่ 35ตรว. มูลค่า 665,250 บาท 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี