
โลกมองไทย
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ดิ ออสเตรเลียน ของออสเตรเลีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเอดส์ในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชายชาวออสเตรเลียจำนวนมากนิยมเดินทางมายังประเทศไทยและอินโดนีเซียเพื่อซื้อบริการทางเพศ
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ดิ ออสเตรเลียน ของออสเตรเลีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเอดส์ในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชายชาวออสเตรเลียจำนวนมากนิยมเดินทางมายังประเทศไทยและอินโดนีเซียเพื่อซื้อบริการทางเพศ
รายงานระบุว่า เมื่อปี 2553 จำนวนผู้ป่วยโรคเอดส์รายใหม่อยู่ที่ 206 คน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และตัวเลขดังกล่าวก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดย ลอว์เรนซ์ สปริงบอร์ก รัฐมนตรีสาธารณสุข เปิดเผยว่า อัตราผู้ป่วยโรคเอดส์ในออสเตรเลียพุ่งขึ้นจาก 2.7 คน ต่อประชากร 1 แสนคน เมื่อปี 2543 อยู่ที่ 5.4 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในปี 2553 หรือเป็นการเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว
ด้าน ริชาร์ด คิดด์ ประธานสมาคมการแพทย์รัฐควีนส์แลนด์ มองว่า จำนวนผู้ป่วยเอชไอวีที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุสำคัญจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่กำลังบูมในรัฐควีนส์แลนด์ ส่งผลให้ชายออสเตรเลียสามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และขณะเดียวกัน ก็มีเงินสำหรับการซื้อบริการทางเพศ
“ผมอยากเตือนทุกคนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกัน ผมไม่ทราบว่าชายหนุ่มออสเตรเลียจะทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยคือเมืองหลวงเอชไอวีของโลก” คิดด์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คิดด์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าชายออสเตรเลียกำลังหันไปซื้อบริการทางเพศในไทยและต่างประเทศ หรือกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศกำลังเดินทางเข้าออสเตรเลียมากขึ้น
ทั้งนี้ คิดด์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยและปาปัวนิวกินีมีอัตราผู้ป่วยโรคเอดส์ต่อจำนวนประชากรสูงที่สุด คือ มีผู้ป่วยโรคเอดส์ 1,300 คน ต่อประชากร 1 แสนคนในไทย และมีผู้ป่วยโรคเอดส์ 900 คนต่อประชากร 1 แสนคนในปาปัวนิวกินี







