posttoday
ก้าวย่างของไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ

ก้าวย่างของไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ

22 พฤษภาคม 2555

โดย...โชติชัย สุวรรณาภรณ์

โดย...โชติชัย สุวรรณาภรณ์

 นับวันปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสูงขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก การละลายของน้ำแข็งจากขั้วโลก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเฉียบพลัน การเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำทะเล รวมทั้งการแพร่กระจายของโรคระบาด ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อาหาร ซึ่งพวกเราทุกคนล้วนได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนดังเช่นเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา

หากย้อนกลับไปในปี 2531 ความห่วงกังวลเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนได้นำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) และต่อมา IPCC ได้ยืนยันผลการศึกษาว่ากิจกรรมมนุษย์เป็นตัวเร่งปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases : GHG) และนำไปสู่การลงนามในสัตยาบันรับรอง United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC ซึ่งจากข้อเท็จจริงเราพบว่ายังมีก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นที่มีผลต่อการทำลายสภาพชั้นบรรยากาศและมีศักยภาพในการสร้างภาวะโลกร้อนต่างกัน อาทิ หากเทียบเป็นศักยภาพในการทำให้โลกร้อนเมื่อเทียบกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าก๊าซมีเทน ไนตรัสออกไซด์ ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23 เท่า 296 เท่า 1.19 หมื่นเท่า และ 2.2 หมื่นเท่า ตามลำดับ

แต่เนื่องจากปริมาณสัดส่วนการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมในชีวิตของพวกเราสูงสุดถึง 63% เมื่อเทียบกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จึงทำให้ทั่วโลกต่างแสวงหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และได้นำไปสู่การจัดตั้งสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาฯ Conference of the Parties : COP ที่ได้มีการประชุมทุกปีเพื่อจัดทำกรอบความร่วมมือให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นซึ่งหนึ่งในผลงานของ COP ที่มีการกล่าวอ้างถึงบ่อย คือการลงนามให้สัตยาบันกับพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ในการประชุม COP ครั้งที่ 3 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2540

จากการศึกษาของ IPCC พบว่า การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นพลังงานในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของโลกเป็นสาเหตุสำคัญของการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) ในชั้นบรรยากาศและก่อให้เกิดปรากฏการณ์ก๊าซเรือนกระจก (Global Warming) ภาคพลังงานถือเป็นภาคสำคัญในการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาคการผลิตอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจแล้ว พบว่าในภาพรวมสำหรับประเทศไทย ภาคพลังงานมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วน 56% ตามมาด้วย ภาคการเกษตร24% ของเสีย 8% การใช้ที่ดินและป่าไม้ 7% อุตสาหกรรม 5%

หากจำแนกแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน เราสามารถแบ่งการปล่อยออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

1.การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง (Energy Combustion)

2.การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เล็ดลอดออกไปจากกระบวนการผลิตพลังงาน (Fugitive Emissions) เช่น การทำเหมืองถ่านหิน การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ก๊าซเรือนกระจกเกิดจากการเล็ดลอด ได้แก่ มีเทน และ VOC (Volatile Organic Carbon)

ด้วยเหตุดังกล่าว การก้าวไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (LowCarbon Society) ที่ใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนน้อยและเน้นการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ๆที่พัฒนาจากเทคโนโลยีด้านเชื้อเพลิงที่ก้าวหน้าแทนการใช้พลังงานฟอสซิล จึงเป็นสิ่งที่ต้องรีบดำเนินการในทุกประเทศ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69