
สินค้ายังแพงสวนกระแสน้ำมันลด
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถกระชากราคาหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคให้ลดลงตามไปด้วย เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้ายังต้องแบกรับภาระต้นทุนสูง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแผงขาย เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถกระชากราคาหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคให้ลดลงตามไปด้วย เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้ายังต้องแบกรับภาระต้นทุนสูง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแผงขาย เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ภัทรดร ลิ้มไกรวัฒนา แม่ค้าเนื้อหมูภายในตลาดสดแม่กิมเฮงในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา บอกว่า หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถกระชากราคาหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูยังคงสูงปกติ ซึ่งหมูหน้าแผงยังคงขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 140150 บาท ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เนื่องจากหน้าฟาร์มมีการปรับลดราคาหมูเป็นเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท ทำให้เขียงหมูไม่สามารถปรับลดราคาเนื้อหมูให้กับแผงได้ทุกส่วน โดยเขียงได้ลดราคาเนื้อหมูลงให้เพียงกิโลกรัมละ 4 บาท แต่ลดเพียงเนื้อสันในและขาหมู ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายหมูไม่สามารถที่จะลดราคาให้กับผู้บริโภคได้ เนื่องจากจะต้องแบกรับภาระเนื้อหมูชนิดอื่น อีกทั้งจะค่าไฟ ค่าแผงขาย และค่าน้ำ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหากเขียงหมูมีการปรับลดราคามากกว่านี้และปรับลดเนื้อหมูทุกชนิดบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเนื้อหมูภายในตลาดสดแม่กิมเฮงก็พร้อมที่จะลดราคาให้กับผู้บริโภคอย่างแน่นอน
ขณะที่ สมเพียง วงษ์ประเสริฐ แม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง กล่าวว่า ราคาผักมีการปรับราคาลงนั้นไม่เกี่ยวกับราคาของค่าขนส่งที่มีการลดลง แต่เป็นเพราะแหล่งเพาะปลูกมีผลผลิตออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมากทำให้บรรดาผู้เพาะปลูกจำเป็นที่จะต้องมีการปรับราคาลดลงเพื่อไม่ให้ผักที่ออกมาต้องตกค้างและเน่าเสีย เช่น ผักกาดขาว จากเดิมที่ขายอยู่กิโลกรัมละ 50 บาท ก็ลดลงเหลือกิโลกรัมละ 30 บาท กะหล่ำปลี จากเดิมกิโลกรัมละ 35 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 20 บาท ถั่วฝักยาว จากเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 25 บาท และผักคะน้า จากเดิมขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท เหลือเพียง 35 บาท ส่วนพริกสดปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 40 บาท เป็นกิโลกรัมละ 100 บาท เป็นเพราะว่าอากาศร้อนชื้นไม่ส่งผลดีต่อพริกสด เนื่องจากจะทำให้พริกเน่าเสียทำให้เกษตรกรต้องขายในราคาที่สูงขึ้น
ด้าน ไพฑูรย์ กุลบุตร เจ้าของเขียงขายหมูในตลาดเทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี บอกว่า ราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มมีราคาขายกิโลกรัมละ 65 บาท ลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 1 บาท แต่ยังไม่สามารถปรับราคาลดลงได้ เพราะต้องรอราคาให้ลงมามากกว่านี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มปรับราคาขึ้นไปสูงถึงกิโลกรัมละ 18 บาท แต่พ่อค้าแม่ค้าปรับราคาขึ้นเพียงกิโลกรัมละ 5 บาท ทำให้ยังมีส่วนต่างที่พ่อค้าแม่ค้ายังแบกรับไว้ก่อนหน้านี้อยู่มาก โดยเนื้อหมูสันนอกยังขายที่กิโลกรัมละ 140 บาท หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 130 บาท ส่วนหมูสามชั้นและกระดูกอ่อน ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งราคายังเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
“การปรับลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 2 บาทเศษ จึงไม่มีผลกับราคาขายปลีก และเขียงขายเนื้อจะปรับลดลงมาได้ ก็ต่อเมื่อราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มมีราคาลดลงอีก 4-5 บาท ผู้ค้าปลีกถึงจะอยู่ได้”
ราคาน้ำมันดีเซลที่ขายในพื้นที่ จ.อุบล ราชธานี เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ลิตรละ 30.37 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 36.42 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.17 บาท การลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นหัวใจในระบบขนส่ง ไม่ทำให้ราคาสินค้าในหมวดอาหาร เช่น เนื้อหมู พืชผัก ลดลง โดยยังมีราคาจำหน่ายใกล้เคียงกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อนที่แพงกว่าถึง 2 บาท







