posttoday
ยอดตั้งบริษัทใหม่เม.ย.ทรุด25%ต่ำสุด4เดือนเลิกจ้าง3,584ราย

ยอดตั้งบริษัทใหม่เม.ย.ทรุด25%ต่ำสุด4เดือนเลิกจ้าง3,584ราย

17 พฤษภาคม 2555

ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า สถิตินิติบุคคลจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศเดือน เม.ย.นี้ มีจำนวน 4,041 ราย

ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า สถิตินิติบุคคลจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศเดือน เม.ย.นี้ มีจำนวน 4,041 ราย

ลดลง 25% จากเดือน มี.ค. ที่มียอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 5,431 ราย และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20% ที่มียอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ 5,098 ราย ซึ่งเป็นยอดจัดตั้งใหม่ที่ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 ที่มียอดจัดตั้งใหม่อยู่ที่ 5,087 ราย เนื่องจากเป็นเดือนที่มีเทศกาลวันหยุดเยอะ จึงทำให้ยอดจัดตั้งใหม่ในช่วงนี้ลดลงเป็นปกติ โดยเงินทุนจดทะเบียนในเดือน เม.ย. มีจำนวน 14,105 ล้านบาท

ทั้งนี้ นิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็น 19% ของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 397 ราย อสังหาริมทรัพย์ 218 ราย บริการนันทนาการ 155 ราย

“ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน เม.ย. ที่ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนนั้น ไม่ได้เป็นการส่งสัญ ญาณด้านเศรษฐกิจว่าไม่ดี แต่มาจากวันหยุดที่เยอะกว่าเดือนอื่นๆ ทำให้เหลือวันทำการเฉลี่ยแค่ 17 วัน ส่วนอีกปัจจัยคือการชะลอการจดทะเบียนบริษัทด้านนันทนาการ โดยเฉพาะบริษัทจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ลดลงถึง 90% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด” ศิริวัฒน์ กล่าว

ยอดตั้งบริษัทใหม่เม.ย.ทรุด25%ต่ำสุด4เดือนเลิกจ้าง3,584ราย

 

ขณะที่ยอดนิติบุคคลเลิกทั่วประเทศเดือน เม.ย. 2555 อยู่ที่ 797 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 202 ราย ภูมิภาค 595 ราย ลดลงจากเดือน มี.ค. 13% ที่มีจำนวน 923 ราย แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 41% รวมยอดเลิกธุรกิจช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 3,584 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 468 ราย ที่มีจำนวน 3,116 ราย หรือเพิ่มขึ้น 15%

สำหรับประเภทธุรกิจที่มีจำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็น 28% ของการเลิกธุรกิจทั้งหมด คือ ก่อ สร้างอาคารทั่วไป 120 ราย บริการนันทนาการ 68 ราย และอสังหาริมทรัพย์ 36 ราย มีเงินทุนจดทะเบียนรวม 2,793 ล้านบาท ลดลงจากเดือน มี.ค. ที่มีทุนจดทะเบียนรวม 3,329 ล้านบาท หรือลดลง 16%

อย่างไรก็ตาม มีจำนวนห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดคงอยู่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 เม.ย. 2555 มีจำนวน 505,922 ราย และบริษัทมหาชนคงอยู่ 925 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 506,847 ราย

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน เม.ย. ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะตามที่กระทรวงพาณิชย์บอกก็พอเข้าใจได้ แต่ส่วนตัวแล้วมองว่า รู้สึกเฉยๆ ยังไม่มีนัยสำคัญที่น่าเป็นห่วง เพราะยอดเลิกธุรกิจก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ซึ่งดูภาพรวมแล้วยังสมดุลกันอยู่ แต่หากยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ยังลดลงต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 ของปีนี้เมื่อไหร่ นั้นจึงเป็นสัญญาณที่น่ากังวล เพราะทางศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3

“มองว่าตอนนี้ยังไม่น่าห่วงอะไร เพราะเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากเหตุการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปีที่ผ่านมา และยังมีเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่มีผลในเดือน เม.ย.นี้ด้วย จึงน่าจะทำให้การตั้งธุรกิจใหม่ชะลอไปบ้าง” ธนวรรธน์ กล่าว

นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด อยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า 94 โครงการ เงินลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท รองมาเป็นผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 131 โครงการ เงินลงทุน 3.73 หมื่นล้านบาท กิจการเคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก 60 โครงการ เงินลงทุน 2.21 หมื่นล้านบาท กิจการบริการและสาธารณูปโภค 72 โครงการ เงินลงทุน 1.76 หมื่นล้านบาท และเกษตรกรรมและผลิตผลทางการเกษตร 18 โครงการ 1.34 หมื่นล้านบาท

สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุดในช่วง 4 เดือน ยังเป็นประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนทั้งสิ้น 228 โครงการ เงินลงทุน 9.3 หมื่นล้านบาท รองมาเป็นประเทศมาเลเซีย 12 โครงการ เงินลงทุน 1.07 หมื่นล้านบาท สหรัฐอเมริกา 17 โครงการ เงินลงทุน 9,116 ล้านบาท เนเธอร์แลนด์ 11 โครงการเงินลงทุน 9,808 ล้านบาท ฮ่องกง 9 โครงการ เงินลงทุน 5,463 ล้านบาท

“การลงทุนจากต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา กระจายอยู่ในโครงการลงทุนทุกขนาดกิจการ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทย โดยเฉพาะในส่วนของกิจการที่มีอยู่แล้ว ที่ยังเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มั่นใจจะส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านบาท” นางหิรัญญา กล่าว

นอกจากนี้ บีโอไอยังพบว่า ในช่วงที่ผ่านมามีคณะนักธุรกิจและนักลงทุนจากต่างประเทศ เดินทางมาเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนโอกาสและลู่ทางการลงทุนในประเทศไทย เป็นจำนวนถึง 23 คณะ จากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ สวีเดน อินโดนีเซีย โปแลนด์ เป็นต้น


 

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่