
จี้รัฐสนองแนวทาง"สันติธานี"ดับไฟใต้
นักวิชาการแนะขยายผล "สันติธานี" ดับไฟใต้ระดับโครงสร้าง จี้ภาครัฐใช้วัฒนธรรมนำการทหาร
นักวิชาการแนะขยายผล "สันติธานี" ดับไฟใต้ระดับโครงสร้าง จี้ภาครัฐใช้วัฒนธรรมนำการทหาร
นายปิยะ กิจถาวร ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า แนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ตามหลัก "สันติธานี" ของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 2 สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ควรขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างของการบริหารราชการ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์การใช้วิถีวัฒนธรรมนำการเมืองและการทหาร
นายปิยะ กล่าวว่า ข้อเสนอสันติธานีของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าที่มุ่งเน้นการปรับปรุง 3 หน่วยงานหลักคือ โรงพยาบาล โรงเรียน และโรงพัก ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ อาจเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงในแง่ปรากฏการณ์เท่านั้น และถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่รัฐต้องมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องคือการแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับครอบครัว สังคม จนถึงระดับประเทศ
ทั้งนี้ นายปิยะ กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้งานวิจัยสันติธานีประสบความสำเร็จได้ก็คือ 1.ผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญจริง 2.ต้องมีกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในร่วมคิด ร่วมทำ ประเมินผล และถอดบทเรียน ซึ่งจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ และ 3.ต้องคำนึงสัดส่วนการยอมรับจากคนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยมากน้อยเพียงใด
"สันติวิธีไม่ใช่การยอมแพ้หรือยอมจำนน แต่หมายถึงความกล้าหาญในการหาทางออกจากความขัดแย้ง ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เพื่อให้สอดคล้องตามความต้องการของทั้งสองฝ่าย เพราะหากยังมีความไม่เข้าใจกันจะทำให้เกิดช่องว่างในการก่อเหตุความรุนแรงได้"นายปิยะกล่าว
พล.ต.นักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวทางสันติธานี ที่ผ่านมา กอ.รมน.ได้พยายามกำหนดนโยบายและแผนในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้สังคมวัฒนธรรมนำการเมืองมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายทำให้กลายเป็นนโยบายการทหารนำการเมือง
นายดนัย มู่สา ผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เหตุของความรุนแรงเกิดจาก 3 ระดับคือ 1.ตัวบุคคล 2.โครงสร้างการเมืองการครอง และ 3.ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งที่ลึกที่สุด ฉะนั้นการใช้หลักสันติธานีจึงเป็นข้อเสนอที่จะช่วยปลดเงื่อนไขดังกล่าว และสอดคล้องกับแนวทางของ สมช.ที่ให้ความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของคนในพื้นที่
นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของงานวิจัยคือ จะทำอย่างไรให้ภาครัฐนำไปปฏิบัติให้เกิดรูปธรรม โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองควรนำข้อเสนอดังกล่าวไปปรับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม นายประสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางสันติธานีจะเป็นการแก้ปัญหาในระยาว แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันก็คือ การบังคบใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับกลุ่มติดอาวุธที่สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นต้นตอของความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ด้าน พล.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า พร้อมจะรับข้อเสนอสันติธานีไปพิจารณา ซึ่งถือเป็นแนวทางเดียวกับนโยบายรัฐบาลที่ประกาศต่อรัฐสภาว่า จะแก้ปัญหาภาคใต้ให้เกิดความสันติสุข เคารพต่อวัฒนธรรมประเพณี รวมถึงน้อมนำพระราชดำรัสเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
"สมช.ยินดีจะนำทุกข้อเสนอไปเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อความสงบสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้" เลขา สมช. กล่าว







