
ต้นทุนพุ่งผู้ค้าพิจิตรจำใจปรับราคาอาหาร
ผู้จำหน่ายอาหารในจ.พิจิตรจำใจปรับราคาเมนูขึ้นเป็นจานละ 35-40 บาท หลังของแพงทำต้นทุนพุ่ง วอนรัฐคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค
ผู้จำหน่ายอาหารในจ.พิจิตรจำใจปรับราคาเมนูขึ้นเป็นจานละ 35-40 บาท หลังของแพงทำต้นทุนพุ่ง วอนรัฐคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค
นายสุรพล นมรักษ์ อายุ 43 ปี พ่อค้าร้านขายข้าวแกง บริเวณถนนบึงสีไฟ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลจะประกาศควบคุมราคาข้าวแกง 10 เมนูหลักนั้นโดยจะให้ขายในราคา ไม่เกินจานละ 20-35 บาท ซึ่ง เป็นการสวนทางกับความเป็นจริงในสภาวะเศรษฐกิจสินค้าทุกชนิดที่แพงขึ้นนั้น โดยเฉพาะ วัตถุดิบในการผลิตทำข้าวแกงขายปรับขึ้นราคามาก่อนหน้านี้แล้วเกือบเท่าตัว
"ราคาวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารปรับขึ้นแทบทุกรายการอาทิ ถั่วฝักยาว จากเดิมกิโลกรัมละ 40 บาท ขณะนี้ขึ้นราคา กิโลกรัมละ 80-100 บาท พริกสดจากเดิม 20-30 บาทขึ้นมาเป็น กิโลกรัมละ 70-80 บาท เนื้อวัวจากเดิมกิโลกรัมละ 210 บาทปรับขึ้นราคาเป็น กิโลกรัมละ 280 บาท รวมทั้ง หมูเนื้อแดง จากเดิมกิโลกรัมละ 120-130 บาท ปรับขึ้นมากิโลกรัมละ 160 บาทอีกทั้ง น้ำมันพืช และแก๊สหุงต้ม ทุกอย่างต่างปรับราคาขึ้นแทบทั้งสิ้น"นายสุรพลกล่าว
ขณะที่ พ่อค้าแม่ค้าทั้งแกงถุง ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลสองของจังหวัดพิจิตร ต่างพากันปรับขึ้นราคาข้าวแกง เป็นจานละ 35-40 บาทเนื่องจากทนกับสภาพของวัตถุดิบที่ราคาแพงไม่ไหวเนื่องจากยิ่งขายก็ยิ่งขาดทุน หากต้องลดปริมาณอาหารลงก็เกรงว่าจะเสียลูกค้า
อย่างไรก็ตามพ่อค้าแม่ค้าต่างให้ความเห็นว่า การที่รัฐบาลจะออกมาใช้มาตรการควบคุมราคาของร้านข้าวแกง หรือ ร้านอาหารตามสั่งต่างๆให้ขายในราคาเพียงจานละ 25-30 บาท นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าหากมีวัตถุดิบต้นทุนต่ำก็จะสามารถขายถูกได้ แต่ถ้าตราบใดที่สินค้าอุปโภค-บริโภค ยังขึ้นราคาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายก็ไม่อาจขายอาหารตามราคาที่รัฐบาลกำหนดได้







