
จริงจังแก้ท่องเที่ยว
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการควบคุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและอีก 7 จังหวัด 21 อำเภอ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1123 มี.ค. นี้ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องการใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป
การประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลมีมาตรการในการควบคุมม็อบ ให้อยู่ในลู่ทางที่เหมาะสม
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย คือ ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย และยกเลิกการเดินทางมาไทย
แม้ว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะออกมาประกาศว่า ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยทำหน้าที่ให้ข้อมูลรับร้องทุกข์ และเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าศูนย์ช่วยเหลือฯ ดังกล่าวไม่มีส่วนช่วยให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงนี้ได้
ทั้งนี้ เพราะในปัจจุบันรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังไม่มีมาตรการการรองรับ หรือมาตรการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม มีแต่เพียงการบอกผ่านสื่อว่าจะดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด และจะระวังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เท่านั้น
ที่สำคัญ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ผู้ว่าการ ททท. และฝ่ายบริหารของ ททท.กว่า 100 ชีวิต ยังเดินทางไปดูงานส่งเสริมการขายไอทีบีที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ยิ่งแสดงให้เห็นว่า การทำงานด้านการท่องเที่ยวของไทยอ่อนแออย่างยิ่ง
ดังนั้น เพียงแค่ลมปากของนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นไปไม่ได้ว่าจะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในช่วงนี้ฟื้นขึ้นมาได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีแผนอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบได้ว่า มาเที่ยวเมืองไทยแล้วจะปลอดภัย
รัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท. จะต้องหาวิธีสร้างภูมิคุ้มกันภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนเป้าหมายท่องเที่ยวจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนที่ผ่านมา
ยังไม่สายเกินไป หากรัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพราะภาคเอกชนด้านท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ล้วนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อสานฝันนักท่องเที่ยวต่างชาติ 16 ล้านคน รายได้ 6 แสนล้านบาท ตามที่ตั้งไว้







