
ข้าวอินทรีย์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ข้าว ถือเป็นอาหารหลักของทุกครัวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมอร่อย
ข้าว ถือเป็นอาหารหลักของทุกครัวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมอร่อย
เดี๋ยวนี้มีข้าวชนิดต่างๆ ออกมาให้เราเลือกทานเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “ข้าวอินทรีย์”
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็น เคยได้ยิน หรืออาจจะได้ลองกินข้าวอินทรีย์กันอยู่บ้าง แต่ก็คงมีหลายคนเช่นกันที่ยังไม่รู้ว่าข้าวอินทรีย์นั้นแตกต่างจากข้าวทั่วไปยังไง
ข้าวอินทรีย์ก็เป็นเช่นเดียวกันกับเกษตรอินทรีย์อื่นๆ คือข้าวที่มาจากกระบวนการผลิตที่ไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงในขั้นตอนการแปรรูป การสี การบรรจุ การเก็บรักษา
การทำเกษตรอินทรีย์นอกจากจะปลอดภัยกับผู้บริโภคแล้ว ยังดีต่อตัวเกษตรกรเองเพราะไม่ใช้สารเคมี ดีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ขณะนี้ผู้บริโภคบ้านเราก็เริ่มให้ความสนใจเลือกทานข้าวอินทรีย์กันมากขึ้น และเริ่มมีเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นด้วย แต่ข้าวอินทรีย์ที่ปลูกในเมืองไทยส่วนใหญ่ถูกส่งขายไปต่างประเทศ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ มากกว่า 90%
สำหรับประเทศไทยเราถือเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวอินทรีย์มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก สาเหตุที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
สาเหตุเพราะในบ้านเรา กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมทานข้าวอินทรีย์รวมทั้งสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่นๆ ยังมีจำนวนไม่มาก ด้วยว่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ยังไม่มีจำหน่ายแพร่หลายและด้วยราคาที่สูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วๆ ไป
คำแนะนำในการเลือกซื้อข้าวหอมมะลิ
ต้องมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ (กลิ่นของข้าวหอมจะคล้ายๆ กลิ่นของใบเตย)
ไม่มีแมลงปนเปื้อนอยู่ในข้าว
สังเกตที่ฉลากบรรจุภัณฑ์ต้องแสดงข้อมูลที่สำคัญ เช่น ชนิดของข้าว ระดับคุณภาพของข้าว น้ำหนักสุทธิ ข้อมูลผู้ผลิต วัน เดือน ปีที่ผลิต คำแนะนำในการหุงต้ม ฯลฯ
สังเกตเครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่างๆ







