posttoday
โลกจับตาทางเลือกกรีซ สัญญาณนับถอยหลังโบกมือลาอียู

โลกจับตาทางเลือกกรีซ สัญญาณนับถอยหลังโบกมือลาอียู

10 พฤษภาคม 2555

ยังคงเป็นประเทศที่ทั่วโลกต้องเฝ้าคอยตามติดอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้สาธารณะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ยังคงเป็นประเทศที่ทั่วโลกต้องเฝ้าคอยตามติดอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้สาธารณะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว สำหรับ กรีซ หนึ่งใน 17 ชาติสมาชิกผู้ใช้เงินสกุลยูโรหรือยูโรโซน

เพราะผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่นอกจากจะไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถเรียกคะแนนโหวตจากประชาชนจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ผลดังกล่าวยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่พรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสังคมนิยมฝ่ายซ้าย โกยคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ด้วยการชูนโยบายต่อต้านแผนรัดเข็มขัด

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือว่า สถานการณ์ทางการเมืองกรีซในปัจจุบันได้บ่งชี้ให้เห็นค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ประชาชนทั่วประเทศไม่ขอทนกับแผนรัดเข็มขัดอีกต่อไป

เป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก หรือแม้กระทั่งบรรดาผู้นำในกลุ่มยูโรโซนต่างเห็นตรงกันว่า ความตึงเครียดในครั้งนี้อาจเป็นการนับถอยหลังสู่การอำลาสกุลเงินยูโร และการถอนตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปของกรีซ

และอาจเลวร้ายหนักถึงขั้นเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของความเป็นสหภาพยุโรปในที่สุด

โลกจับตาทางเลือกกรีซ สัญญาณนับถอยหลังโบกมือลาอียู

ต้องยอมรับว่า ความแตกแยกทางการเมืองของกรีซในครั้งนี้ สาเหตุหลักสืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการที่หนี้สาธารณะพุ่งสูงเกินหน้าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จนต้องขอความช่วยเหลือจากอียู ธนาคารกลางยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยแลกกับเงื่อนไขที่กรีซต้องยอมตัดลดค่าใช้จ่าย เดินหน้าบังคับใช้แผนรัดเข็มขัด ตามที่อียู อีซีบี และไอเอ็มเอฟ หรือที่รู้จักกันดีในนามทรอยกา เสนอให้ได้จำนวน 1.15 แสนล้านยูโร (ราว 4.6 ล้านล้านบาท) ภายในปีงบประมาณ 2556-2557

นัยว่าเพื่อเป็นการสร้างวินัยในการใช้จ่าย และไม่ให้รัฐบาลกรีซก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาให้เป็นภาระกับประเทศสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนอีก

เพื่อไม่ให้ประเทศกรีซต้องผิดนัดชำระหนี้ จนนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อกรีซและต่อเงินสกุลยูโร รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) และพรรคปาซก จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำยอมตามข้อเรียกร้องของทรอยกา พร้อมเดินหน้าตามเยอรมนี พี่ใหญ่ของกลุ่มในการผลักดันแผนสหภาพการคลัง ซึ่งจะเปิดทางให้ชาติสมาชิกสามารถแทรกแซงตรวจสอบการเงิน รวมถึงลงโทษประเทศที่ประสบปัญหาหนี้หรือการเงินใดๆ ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะได้เห็นวิกฤตหนี้กรีซคลี่คลายด้วยเงินช่วยเหลือและแผนรัดเข็มขัด สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกได้เห็นก็คือการออกมาประท้วงของชาวกรีกรายวัน เนื่องจากทนไม่ไหวกับการตัดลดสวัสดิการ ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาลของรัฐ ในขณะที่ตัวเลขว่างงานพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสูงกว่า 21% การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นศูนย์และมีแนวโน้มติดลบ

กว่า 3 ปีที่ต้องอดทน แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น โลกเลยได้เห็นการลุกฮือรายวันของบรรดาสหภาพแรงงานต่างของประเทศกรีซ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่สถานการณ์ดังกล่าวจะเปิดทางให้กับอเล็กซิส ทซิ ปราส จากพรรคฝ่ายซ้าย ไซริซา มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลผสม ภายใต้เงื่อนไขที่เจ้าตัวประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลชุดใหม่ของกรีซจะฉีกสัญญาทุกฉบับที่ลงนามร่วมไว้กับอียู อีซีบี และไอเอ็มเอฟทั้งหมด

เรียกได้ว่าไม่สนใจแผนรัดเข็มขัด ไม่ขอยุ่งแผนสร้างวินัยการคลัง และไม่แคร์เงินช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ต้องผิดนัดชำระหนี้อีกต่อไป

แน่นอนว่า เมื่อไม่ยอมเลือกอะไรสักอย่าง ทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับกรีซก็คือเดินออกจากกลุ่มยูโรโซนและอียู เนื่องจากท่าทีของกลุ่มอียูได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า ถ้ากรีซไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่วางร่วมกันไว้ ก็ให้ลืมเรื่องเงินช่วยเหลือไปได้เลย โดย โอลี เรห์น คณะกรรมาธิการกิจการด้านการเงินของสหภาพยุโรป กล่าวหลังจากทราบผลการเลือกตั้งในกรีซ ว่า สิ่งสำคัญสำหรับกรีซในขณะนี้คือการจัดตั้งรัฐบาลผสม และเคารพกฎกติกาที่ได้ตกลงไว้ร่วมกันกับชาติสมาชิก จะไม่มีการรื้อนโยบายที่ดำเนินการไปแล้วเด็ดขาด

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ หากรักจะอยู่ด้วยกันก็ต้องเดินตามแผน ไม่อย่างนั้นก็ทางใครทางมัน

ทั้งนี้ พรรคไซริซามีเวลาเพียง 3 วันในการจัดตั้งรัฐบาล หากไม่สำเร็จกรีซจะต้องจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่อีกครั้งภายในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กรีซมีกำหนดต้องพูดคุยเรื่องเงินช่วยเหลือและแผนกู้วิกฤตหนี้กับอียูก่อนถึงวาระชำระหนี้ราวเดือน ส.ค.

ต้องยอมรับว่ากระแสที่กรีซจะเดินออกจากกลุ่มยูโรโซนนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่กรีซเริ่มขอเงินช่วยเหลือรอบ 2 เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยฝ่ายที่สนับสนุนให้เหตุผลว่าเป็นผลดีกับกรีซ ที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาของตนเอง โดยไม่ต้องโดนดึงหรือผูกติดกับสารพัดเงื่อนไขของอียู

ทว่ากระแสเหล่านั้นก็เป็นเพียงการคาดการณ์และการเสนอทางออกที่พอจะเป็นไปได้เท่านั้น เนื่องจากพอเอาเข้าจริง การที่กรีซออกจากกลุ่มดูจะส่งผลกระทบเลวร้ายใหญ่หลวงต่ออียู โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรทั้งหมด

เพราะหากกรีซออกจากยูโร นักลงทุนทั่วโลกจะเกิดความกังขาและไม่เชื่อมั่นต่อสกุลเงินดังกล่าวทันที จนส่งผลให้ไม่ต้องการใช้เงินยูโรในการดำเนินธุรกรรมหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดๆ อีกต่อไป ประเทศที่ใช้เงินยูโร ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้อย่างสเปนหรืออิตาลี ก็จะเจอวิกฤตหนักยิ่งขึ้นไปอีก

แม้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งจะประเมินตรงกันว่า สถานการณ์ในปัจจุบันยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่ากรีซจะสะบั้นสัมพันธ์กับอียู

แต่สถานการณ์ทางการเมืองของกรีซในปัจจุบัน ได้กลายเป็นสัญญาณชี้ช่องให้มองเห็นว่าความเป็นไปได้ที่กรีซจะออกจากกลุ่มอียูนั้นกำลังจะเกิดขึ้นได้จริงๆ

และชาวกรีกเกือบทั่วประเทศก็ได้ตัดสินใจเลือกเรียบร้อยแล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่