เรือสินค้าจีนแล่นกลับ จับพิรุธน้ำโขงเพิ่มฉับพลัน
....ทีมข่าวภูมิภาต
สาเหตุแท้จริงที่แม่น้ำโขงแห้งขอดยังถกเถียงกันไม่ได้ข้อยุติ ว่าเป็นเพราะการกักน้ำของเขื่อนจีนหรือภาวะภัยแล้ง แต่ล่าสุดระดับน้ำโขงที่เพิ่มขึ้นยิ่งทำให้ข้อสงสัยเรื่องเขื่อนจีนมีน้ำหนักมากขึ้น
นายสุขวิช บัวเผื่อน ผู้อำนวยการส่วนสำรวจอุทกวิทยาหนองคาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงวัดได้ 48 เซนติเมตร เพิ่มขึ้น 10% จากเมื่อ 5 วันก่อน โดยน้ำส่วนใหญ่ไหลมาจากจีนและลาว
“
ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาฝนตกในประเทศลาวมากกว่าประเทศไทย จึงทำให้น้ำที่ซับอยู่ใต้ดินไหลออกมารวมกับน้ำที่ไหลมาจากจีน เนื่องจากเปิดเขื่อน”นายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่ม 50 เซนติเมตร ทำให้เรือสินค้าจีนที่ตกค้างอยู่ฝั่งไทยเริ่มทยอยเดินทางกลับจีนแล้ว แม้เหตุผลที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ ยังมีข้อสงสัยว่าการที่จีนปล่อยน้ำมาครั้งนี้เป็นเพราะสาเหตุใด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน หรือเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าจีนกันแน่
ข้อเท็จจริงที่สถานีอุทกวิทยาวัดระดับน้ำได้ สอดคล้องกับข้อมูลที่นายประสาร มฤคพิทักษ์ สว.สรรหา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาคุณค่า การพัฒนาและผลกระทบลุ่มแม่น้ำโขง วุฒิสภา ได้รับจากการลงพื้นที่ จ.เชียงราย โดยพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีการขึ้นลงเร็วอย่างผิดปกติ น้ำเพิ่มขึ้นวันเดียวถึง 20 เซนติเมตร ทั้งๆ ที่ฝนไม่ตกและไม่มีน้ำในแม่น้ำสาขามาเติมเพราะแห้งหมด จึงเชื่อว่ามาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในประเทศจีน
สำหรับข้อเสนอให้รัฐบาลไทยดำเนินการ นายประสาร เสนอว่า 1.บรรจุเรื่องเขื่อนจีนเป็นวาระสำคัญในการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ต้นเดือน เม.ย.นี้ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2.รัฐบาลไทยควรเร่งเจรจากับจีนเพื่อตรวจสอบการกักเก็บน้ำของเขื่อน 3.กำหนดให้มีหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาแม่น้ำโขงอย่างจริงจัง และ 4.ไทยควรหาทางร่วมอีก 5 ประเทศรวมทั้งจีนเพื่อสร้างกติกาบริหารจัดการน้ำโขงร่วมกันอย่างยั่งยืน
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒน ธรรมลุ่มน้ำโขง เขตล้านนา กล่าวว่า ต้องรอดูสถานการณ์หากเรือจีนที่แล่นไปไม่กลับมา ก็แสดงว่าจีนพร้อมจะกักเก็บน้ำอย่างถาวร
ดูท่าว่าเวทีเอ็มอาร์ซีที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จะเป็นความหวังต่อการคลี่คลายสถานการณ์ แต่จะเป็นไปเช่นนั้นได้หรือไม่ ก็ต้องดูว่ามีการบรรจุเรื่องเขื่อนจีนเข้าในวาระการประชุมหรือไม่ และจีนพร้อมจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบแค่ไหน


