
ขุดใหญ่บายพาสท่าจีนถึงเวลาสังคายนาปลายน้ำเมืองแม่กรอง
8...สุภชาติ เล็บนาค
คูคลองมากกว่า 366 แห่ง และยังเป็นเส้นทางเบี่ยงน้ำจากแม่น้ำท่าจีนสู่แม่น้ำแม่กลอง สามารถระบายน้ำจาก จ.สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี และฝั่งธนบุรีของกรุงเทพมหานคร (กทม.)
“พื้นที่ปลายน้ำ” จ.สมุทรสงคราม จึงมีศักยภาพสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ทว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พื้นที่ปลายน้ำแห่งนี้กลับถูกละเลย
“น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา เราทุกคนเห็นตรงกันว่าน้ำยังท่วมขังอยู่ในฝั่งตะวันตกนาน นั่นเพราะแม่น้ำท่าจีนมีความคดเคี้ยว ไม่สามารถรับน้ำเหนือได้มากพอ ขณะเดียวกันแม่น้ำเจ้าพระยาก็หนุนสูงอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นโครงการหนึ่งที่ผมกำลังทำก็คือ จัดการเส้นทางระบายน้ำออกจากแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติม” อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการระบายน้ำของนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลด้านตะวันออก ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ระบุ
ด้วยความที่เป็นลูกแม่กลอง เกิดที่ จ.สมุทรสงคราม และผูกพันมาโดยตลอด อุเทน คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะสังคายนาคลองสายหลักที่เป็นโครงข่ายโยงใย ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ เพราะหากคูคลองทั้งหมดมีความลึกและน้ำสามารถไหลแรงเพียงพอ นอกจากจะเป็นตัวช่วยรับน้ำจากแม่น้ำท่าจีนในฤดูน้ำหลากแล้ว ฤดูน้ำแล้งก็สามารถดึงน้ำเข้ามาเติมเต็มสวนผลไม้ ขณะเดียวกันในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงก็สามารถไล่น้ำเค็มออกไปได้
จุดใหญ่ที่ อุเทน โฟกัสลงไปคือ คลองขนาดใหญ่ 2 คลองที่ชื่อ “คลองสุนัขหอน” และ “คลองดำเนินสะดวก” ซึ่งเป็นคลองตัดขวาง รับน้ำจากแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลองโดยตรง ซึ่งทั้งสองคลองใหญ่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับน้ำในระดับที่ช่วยให้ฝั่งตะวันตกพ้นวิกฤตได้
กายภาพของคลองสุนัขหอน เป็นคลองทอดยาวต่อเนื่องคาบเกี่ยวพื้นที่ 2 จังหวัด คือ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม โดยมีความยาวรวมทั้งสิ้น 42 กิโลเมตร แบ่งเป็น 29 กิโลเมตรในสมุทรสาคร และอีก 13 กิโลเมตรในสมุทรสงคราม
สภาพคลองสุนัขหอนในขณะนี้คือ ตื้นเขิน น้ำไม่ไหล เหม็นเน่า ทว่างบประมาณที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. เคยให้ไว้เพื่อขุดคลองในอดีต กลับจัดแบ่งตามจังหวัด เป็นเหตุให้คลองในซีกสมุทรสาครได้รับงบประมาณเพื่อพัฒนาเพียงอย่างเดียว
“ฝั่งสมุทรสาครเป็นพื้นที่น้ำท่วมจึงได้รับงบประมาณไป ส่วนซีกสมุทรสงครามต้องหางบเอง ทั้งๆ ที่คลองฝั่งสมุทรสงครามมีส่วนสำคัญในการผันน้ำลงทะเล” อุเทน ระบุ
เหตุนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ “ป้องน้ำแล้ง แก้น้ำเค็ม กันน้ำท่วม” ด้วยวิธีการลอกคลองทั้ง 16 สาย
“หลักคิดของผมก็คือ มีทางให้น้ำเข้าและมีทางให้น้ำออก โดยใช้ประตูระบายน้ำทั้งหมดให้เป็นประโยชน์ หากแม่น้ำท่าจีนล้นก็นำน้ำเข้ามายังคลองดำเนินสะดวกและคลองสุนัขหอน ขณะเดียวกันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมาจากเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนคินทร์ และเขื่อนแม่กลอง ก็สามารถลงมาในคลองเหล่านี้ สามารถไล่น้ำเค็มที่ย้อนขึ้นมาจากอ่าวไทย และแก้น้ำแล้งใน จ.สมุทรสงครามได้อีกด้วย” อุเทน อธิบาย
จากการวางแผนร่วมกับ ธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.สมุทรสงคราม และผู้บริหารกรมชลประทาน พบว่าโครงการดังกล่าวสามารถเป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้ เพียงแต่ยังติดอยู่ที่งบประมาณ อย่างไรก็ตาม อุเทน ต้องอาศัยสายสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อดึงงบประมาณกว่า 110 ล้านบาทมาขุดลอกคูคลอง โดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือน พ.ค.นี้ทันที
“จากนี้ไปจะไม่ประสบปัญหาแบบปี 2554 อีก เพราะวันนั้นเราขาดประสบการณ์ และไม่มั่นใจในการบริหารช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงมีความเห็นแก่ตัวเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ แก่งแย่งเห็นแก่ตัวกันมหาศาล แต่ปีที่ผ่านมาทุกอย่างมันเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครป้องน้ำไว้ได้ ต้องปล่อยให้มันไป” อุเทน กล่าว







