posttoday
เสาร์ห้ากับการเมือง

เสาร์ห้ากับการเมือง

05 พฤษภาคม 2555

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

วันนี้เสาร์ที่ 5 เดือน พ.ค. ที่เป็นเดือนที่ 5 ของสากล และ พ.ศ. 2555 ของไทย นับเลข 5 ได้ทั้งหมด 5 ตัว ทั้งนี้ยังไม่ได้เปิดดูฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง ข้างขึ้น ข้างแรม ที่อาจจะมีเลข 5 ประกอบอยู่อีกบ้าง แต่ขอนับเอาแค่นี้เพื่อให้เข้ากับตำราส่วนตัวที่รู้มา ประกอบเป็นตำรา “แก้เคล็ดการเมือง” ที่อยากจะนำเสนอให้ท่านที่มีส่วนรับผิดชอบได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขการเมืองไทย

ตามตำราไสยศาสตร์ไทย (ที่ไม่ชอบบอกชื่อผู้แต่ง จึงไม่อาจอ้างอิงทางวิชาการได้) บอกว่า “เสาร์ห้า” เป็น “วันแข็ง” หรือ “วันแรง” ที่โดยทั่วไปจะต้องตรงกับวันข้างขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ ของเดือน 5 ของไทย ก็คือเดือน เม.ย. พร้อมฤกษ์พานาทีที่ต้องมีเลข 5 ประกอบ เช่น 5 นาฬิกา 5 นาที เป็นต้น เพื่อรวมกันให้ได้เลข 5 จำนวน 5 ตัว จึงจะเรียกว่าเสาร์ 5 ที่สมบูรณ์ แต่ตอนหลังโดยเฉพาะในตอนที่การปั้นจตุคามรามเทพกำลังบูม ดูเหมือนว่าจะไม่ยึดหลักการนี้เคร่งครัดเท่าใดนัก เอาเพียงให้มีเลข 5 อย่างใดอย่างหนึ่งก็โอเค เพราะถ้ารอให้ถึงเดือน 5 ก็จะทำได้ปีละครั้ง หรือแม้แต่วันเสาร์ก็ไม่ใช่เลข 5 แต่เป็นเลข 7 ท้ายที่สุดก็ว่ากันไปตามสะดวก

นานมาแล้วเพื่อนอาจารย์คนหนึ่งของผู้เขียนพูดขึ้นมาอย่างคร่ำเคร่งว่า วิชารัฐศาสตร์ที่เราสอนๆ กันอยู่นี้ยากที่จะช่วยให้การเมืองไทยดีขึ้นได้ เห็นทีต้องนำศาสตร์ของไทยมาใช้แก้ไข นั่นก็คือ “ไสยศาสตร์” แล้วก็อรรถาธิบายให้รายละเอียดอย่างยืดยาว ที่ผู้เขียนจำได้คร่าวๆ ว่าต้องใช้วิธี “เล่นของ” แบบต่างๆ เพื่อทำให้นักการเมืองเลวๆ สูญพันธุ์ พร้อมกับปลูกฝัง หรือทำให้นักการเมืองดีๆ “อยู่ยงคงกระพัน” สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางน้ำโสโครกทางการเมืองนี้

แต่วิธีการของเขาค่อนข้างจะรุนแรงและตรงไปตรงมาแบบโบราณ เป็นต้นว่า การเสกหนังควายเข้าท้อง ให้นักการเมืองคนใดก็ตามที่พูดปด หรือคิดคดทรยศต้องมีอันเจ็บปวดช่องท้องอย่างรุนแรง เหมือนมีผีมุดเข้าไปบิดลำไส้ หรือใช้ควายธนู คือ เสกควายดินให้มีชีวิตวิ่งเข้าไปขวิดและลากไส้พวกนักการเมืองชั่วๆ ถ้ามันผู้ใดโกงกินคอร์รัปชัน จนกระทั่งปั้นหุ่นนักการเมืองบิดพันเข้าด้วยกัน มัดด้วยเชือกและฝังวัตถุของเสียต่างๆ เข้าไป แล้วบริกรรมร่ายมนตร์ นัยว่าจะทำให้คนที่ถูกสมมติเป็นหุ่นนั้นจะเจ็บปวดรวดร้าว ทุกข์ทรมาน ไปตามมนตราที่สาปแช่ง ฯลฯ

ความจริงนั้นเรื่องของเวทมนตร์คาถาก็คือ “จินตนาการถึงสิ่งที่เหนือธรรมชาติที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นภาษา หรือคำพูดคำร้องต่างๆ” (บางทีศาสนาต่างๆ ก็เกิดมาจากการร่ายเวทมนตร์คาถานี้ด้วย) บางครั้งอาจจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่บางครั้งก็มีความไพเราะจนกระทั่งเร้าอารมณ์และกล่อมเกลาให้มีความรู้สึกต่างๆ ส่วนมากมักจะมีพิธีกรรม เช่น การร่ายรำและการจัดแสงสีร่วมด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อผลทางด้านจิตวิทยาเพื่อให้ “มีอันเป็นไป” ตามที่ผู้ร่ายเวทมนตร์ตั้งความประสงค์ไว้

ไสยศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องร้ายแรงและรุนแรง บางทีก็เรียกว่า “มนตร์ดำ” (ฝรั่งเรียกว่า Black Magic) ดังนั้นก็น่าจะมี White Magic หรือ “มนตร์ขาว” ได้เช่นกัน นั่นก็คือไสยศาสตร์ที่เป็นด้านดีๆ สะอาดๆ หรือเวทมนตร์คาถาที่โน้มน้าวให้มีอันเป็นไปในแนวที่สร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไปในทางที่ดี ซึ่งในทัศนะของผู้เขียนที่สนใจอยากจะสร้างสรรค์การเมืองไทย จึงขอนำเสนอ “มนตร์ขาว 5 ข้อเพื่อการพัฒนาการเมืองไทย” ดังนี้

เสาร์ห้ากับการเมือง

 

ข้อแรก “สนใจใฝ่รู้”

ข้อสอง “ต่อสู้มีอุดมการณ์”

ข้อสาม “อาสางานเพื่อสาธารณะ”

ข้อสี่ “เสียสละคิดถึงอนาคตของส่วนรวม”

ข้อห้า “ร่วมรับผิดชอบ กล้าหาญ มีคุณธรรม”

ถ้าจะอ่านเป็นคาถาให้ดูขรึมขลังมลังเมลือง ก็ควรจะอ่านเป็นบทกลอนให้คล้องจอง ด้วยเสียงสดใสอย่างกระฉับกระเฉงว่า “สนใจใฝ่รู้ ต่อสู้ มีอุดมการณ์ อาสางานเพื่อสาธารณะ เสียสละ คิดถึงอนาคตของส่วนรวม ร่วมรับผิดชอบ กล้าหาญ มีคุณธรรม”

ทั้งนี้ ควรจะมีท่าทางประกอบ คือ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปสุดแขนในระดับหน้าอก เมื่อกล่าวว่า “สนใจใฝ่รู้” ชูกำปั้นทั้งสองข้างขึ้นในระดับไหล่ เมื่อกล่าวว่า “ต่อสู้มีอุดมการณ์” กางแขนโอบออกไปข้างหน้า เมื่อกล่าวว่า “อาสางานเพื่อสาธารณะ” ลดมือทั้งสองข้างลงมางอหงายอยู่ระดับซี่โครง แบมือทั้งสองข้างออก เมื่อกล่าวว่า “เสียสละคิดถึงอนาคตส่วนรวม” และเอาฝ่ามือซ้ายกุมกำปั้นมือขวาในระดับหน้าอก เมื่อกล่าวว่า “ร่วมรับผิดชอบ กล้าหาญ มีคุณธรรม”

คาถานี้และพิธีกรรม (ท่าทาง) ข้างต้นนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์หรือเสียค่าครูค่าผีแต่อย่างใด ซึ่งผู้เขียนเคยทดลองใช้ในการอบรมนักเรียน หรือคนที่เข้ามาอบรมหลักสูตรบางหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ก็ดูเหมือนจะได้ผลดีพอควร อย่างน้อยก็ช่วยยืดเส้นยืดสายและสร้างบรรยากาศของความคึกคักเข้มแข็ง (เหมือนฝึกลูกเสือชาวบ้านนั่นแหละ) แต่ผลทางอ้อมที่คนเหล่านี้ท่องจำคำเหล่านี้บ่อยๆ ก็อาจจะกลับมาได้คิดว่า สิ่งที่ตะโกนท่องทั้ง 5 ข้อนั้นมีความสำคัญอย่างไร เหมือนเวลาที่เราเข้าวัดไปรับศีลรับพร เราก็พอจะได้ซึมซับสิ่งดีๆ เข้าตัวบ้างกระนั้น

ออกจากเรื่องไสยศาสตร์มาที่เรื่องปรากฏการณ์จริงในบ้านเมือง เราก็จะพบแต่เรื่องวุ่นๆ ไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ว่ากันจนเละเทะ ทั้งการอภิปรายไร้สาระอันเลอะเทอะและการแฉพฤติกรรมในการประชุมที่เปรอะเปื้อน หรือเรื่องการปรองดองที่แม้แต่พวกเสื้อแดงที่เคยรักพรรคเพื่อไทยก็ประณามว่าน่าจะเป็น “ความปลอมดอง” มากกว่า แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ การที่นักการเมืองบางกลุ่มพยายามที่จะช่วยสนองตัณหาในการท้าทายสังคมของอาชญากรบางคน เพื่อเอามัน เอาสนุก และให้ประเทศไทยนี้โกลาหลวุ่นวายเข้าไว้

รู้ทั้งรู้กันดีว่าอาชญากรคนนี้ไม่กล้ากลับมาประเทศไทยหรอก เพราะเขาย่อมรู้ดีว่าผู้นำที่ทำกับประเทศไทยในแนวนี้ทุกคนกลับประเทศไทยไม่ได้ แม้บางคนสังคมจะให้อภัยหรือยอมรับแล้วว่ามีคุณงามความดีอยู่พอควร แต่ด้วยความเป็นผู้ห่วงใยบ้านเมืองอย่างแท้จริงของผู้นำท่านดังกล่าว ท่านก็ยอมตายอยู่ ณ ต่างประเทศอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

มีตัวอย่างถึงผู้นำบางคนที่พยายามจะกลับมาประเทศไทย ถึงขนาดบวชเป็นพระเป็นเณรเข้ามาก็เคยมี ซึ่งก็คงนึกว่าคนไทยจะไม่ทำอันตรายคนที่อยู่ในสมณเพศนั้น ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น เพราะคนไทยไม่ทำร้ายพระเณรนั้นหรอก แต่มันได้ปลุกกระแสคนที่ต่อต้านให้ออกมาเต็มท้องถนน แล้วก็กลายเป็นไฟลามทุ่ง ฆ่ากันกลางท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2519 นั้น

ลองนึกภาพที่อดีตนายกฯ คนดังกลับมาอย่างเท่ ที่ผู้เขียนเดาว่าจะต้องมีคนไปร่วมแห่แหนลงมาจากเครื่องบินนับเป็นแสนๆ คน แล้วมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งนับจำนวนเป็นแสนเป็นล้านคนเช่นกัน ออกมาตั้งแถวโห่ฮาด่าใส่ หรือเอาอะไรโยนใส่กัน จากนั้นก็เข้าตะลุมบอน อย่างน้อยคงจะมีคนบาดเจ็บหลายพันคน และอาจจะมีคนตายมากกว่าการจลาจลทุกครั้งที่ผ่านมา จากนั้นก็มีการฉวยโอกาสประกาศยึดอำนาจจากใครก็ได้ ที่อาจจะเป็นมวลชนคนบางสีที่ฮือขึ้นมาแบบเมื่อครั้งวันที่ 14 ต.ค. 2516 นั้นก็ได้ แล้วต่อไปจะถูกปกครองโดยใคร ระบอบอะไร ก็พอจะคาดเดาได้

อย่าลืมว่าคนที่แวดล้อมอดีตนายกฯ คนดังและพวกบ้าน 111 กลุ่มใหญ่นั้น จำนวนหนึ่งคืออดีตคนเดือนตุลา และร่ำลือกันว่ามีการไปทำปฏิญญาที่ต่างประเทศไว้แล้ว พอมาจับกระแส (ไม่กล้าจะจับทวนเพราะเดี๋ยวจะสวนกระแสแบบพี่สันทัดกรณี) ดูความปั่นป่วนของบ้านเมืองในยุคนี้ ก็ให้หนาวๆ ร้อนๆ ไม่แน่ใจว่า “ว่าที่รัฐบุรุษคนใหม่” ที่กำลังวางแผนจะกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย (และหัวของคนไทย) จะรู้ทันหรือไม่

บ้านเมืองกำลังมีภัย เพราะผีห่าจัญไรจะกลับมา!

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน