posttoday
เราแค่เป็นผู้เล่นในเกม

เราแค่เป็นผู้เล่นในเกม

05 พฤษภาคม 2555

“ผมผ่านสิ่งต่างๆ มามากมาย และรู้ว่าการจะเป็นหรือไม่ได้เป็น ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม/ธนพล บางยี่ขัน

“ผมผ่านสิ่งต่างๆ มามากมาย และรู้ว่าการจะเป็นหรือไม่ได้เป็น ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะผมเป็นคนเสื้อแดงที่จะต้องเป็นไปตลอดชีวิต แต่ว่าเมื่อเป็นรัฐมนตรี ผมก็ต้องทำหน้าที่ดูแลรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะนี่เป็นเป้าหมายสูงสุดของคนเสื้อแดง”

เปิดใจกับโพสต์ทูเดย์ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงที่มาแรงติดทุกโผ กับตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ในการปรับ ครม. “ปู 3” ที่จะถึงนี้ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รับปากดังๆ จะชดใช้หนี้จตุพรโดยตั้งให้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน พร้อมข่าวสะพัดว่า จะคั่วเก้าอี้ รมช.มหาดไทยแน่

รัศมี “รัฐมนตรี” ในตัวจตุพรเปล่งประกาย เพราะขณะเดินไปในสภาเพื่อหาที่นั่งสัมภาษณ์ ผู้คนต่างยกมือไหว้กันพึ่บพั่บผิดแผกกว่าแต่ก่อน

“หลายฝ่ายเป็นห่วงว่า การที่ผมในฐานะคนเสื้อแดงเข้าไปแล้วจะมีปัญหากับส่วนอื่นหรือไม่ ผมว่าไม่มีปัญหาเลย ความต้องการของคนเสื้อแดงต้องการให้เกิดความเสมอภาค ฉะนั้นผมรู้ดีว่าจะเป็นอย่างไร บางคนห่วงว่าจะเป็นสายล่อฟ้ากับรัฐบาลชุดนี้หรือเปล่า ปัญหาว่า เรื่องอะไร เพราะอย่างที่บอก ที่ผ่านมามีการตรวจสอบผมอยู่แล้วตั้งแต่ยังไม่เป็น สส. และก็ไม่มีเรื่องอะไรใหม่จากนี้ ผมไม่ได้มีเรื่องทุจริต เพราะไม่ได้มีโอกาสเป็นผู้บริหารแม้แต่เพียงครั้งเดียว ก็ทำหน้าที่ สส. อย่างครบถ้วน”

จตุพร บอกว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับข่าวเป็นรัฐมนตรี เพราะมีชื่อเป็นครั้งที่ 3 แล้วในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ทำได้ทุกหน้าที่ เพราะเป็นคนการเมือง แต่ยืนยันว่าการจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่เพราะเป็นคนเสื้อแดง มันต้องมีเรื่องความรู้ ความสามารถ การทุ่มเท ที่จะทำงานรับใช้ประชาชน

มีจตุพรใน ครม. จะเป็นด้านบวกให้กับรัฐบาลอย่างไร? จตุพรตอบคำถามนี้ว่า ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างครบถ้วนและมีจุดยืนชัดเจนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการต่อสู้เรื่องประชาธิปไตย อีกทั้งอยู่เบื้องหลังนักการเมืองมากมาย เป็นแกนนำการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2535 กระทั่งปี 2553 ถ้าได้ทำงานก็จะช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

มองมุมกลับ การเป็นรัฐมนตรีจะทำให้เสียมวลชนไหม เพราะเข้าอยู่ในอำนาจเองแล้ว จตุพร ชี้แจงว่า การมีตำแหน่ง สถานะล้วนเป็นเรื่องสมมติ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็คือ “จตุพร พรหมพันธุ์” ความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้องเสื้อแดงดีมาอย่างไร ก็ยังจะดีกันตลอดไป “เพราะคนเสื้อแดงรู้ว่า ผมไม่เคยทรยศในการต่อสู้ แม้กระทั่งจะต้องเสี่ยงต่อชีวิต”

เราแค่เป็นผู้เล่นในเกม

 

กับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องชดใช้หนี้ให้กับจตุพร ในมุมมองของเจ้าตัวหมายถึงอะไร แกนนำ นปช.ผู้นี้ อธิบายร่ายยาวถึงชีวิตตั้งแต่เป็นครูดอย เรื่อยไปถึงเป็นแกนนำในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เพื่อบอกว่า เป็นคนติดดิน ต่อสู้มือเปล่า ไม่คิดถึงตำแหน่ง กระทั่งมาเล่นการเมืองกับพรรคไทยรักไทยปี 2544 ก็เป็นชุดปราศรัยล่วงหน้าให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาถึงปี 2548 ได้ปราศรัยร่วม 400 เวที มีตำแหน่งสูงสุดแค่รองโฆษกพรรคและประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ เมื่อเกิดการยึดอำนาจ พรรคพลังประชาชนถูกยุบ มีการเปลี่ยนขั้ว ก็ได้ปักหลักสู้นอกสภาและในสภา จนได้เป็น สส.ครั้งแรก และตรวจสอบคดี 91 ศพ โดยอภิปรายในสภานาน 4 ชั่วโมง

“ถ้าผมไปยึดติดกับคำว่า รางวัล ผมก็เป็นคนสุดท้ายที่ได้รับรางวัลอันนั้น แต่ว่าผมไม่เคยแสวงหา ทุกสิ่งทุกอย่างเรารู้ว่า เราได้ทำหน้าที่ ดังนั้นไม่ได้กลัวว่าสู้แล้วเราจะได้อะไร รู้เพียงแค่ว่าช่วงที่มีหน้าที่อะไรก็ตาม เราจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด”

...ผมถึงพูดตอนออกจากคุกว่า นักรบทุกคนไม่มีนักรบคนใดไม่มีบาดแผล เพราะถ้ารบจริงย่อมมีบาดแผล ฉะนั้นการมีบาดแผลของนักรบ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องตำหนิ ทุกคดีความของผม 3040 คดี ที่เกิดขึ้นมาจากการต่อสู้ทั้งสิ้น ไม่มีคดีใดเป็นเรื่องส่วนตัวเลย บางคดีโทษถึงประหารชีวิต ฉะนั้นชีวิตอยู่วันนี้ก็มีความสุขอยู่แล้ว เป็นหรือไม่เป็น (รมต.) ผมก็มีหมู่มิตร เพราะเขารู้ว่าผมซื่อสัตย์ในการต่อสู้

...ฉะนั้น สิ่งที่นายกฯ ทักษิณ ได้พูดผ่านก็เป็นการแสดงความรู้สึกในฐานะที่ท่านเป็นผู้บังคับบัญชามาและก็ได้รับชะตากรรม ก็ย่อมรู้จิตใจ เพราะหลายคนเป็นนักการเมือง อาจจะมีความรู้สึกที่แสดงออกถ้าไม่ได้เป็นนั่น เป็นนี่ แต่ตลอดเวลาผมไม่เคยแม้แต่เพียงครั้งเดียวว่า เมื่อไม่ได้ตำแหน่งใด แล้วผมจะต้องมีความรู้สึก และผมเองก็อธิบายกับพี่น้องคนเสื้อแดงด้วยซ้ำ ให้เข้าใจพรรคและรัฐบาล ฉะนั้นวันนี้ก็ยังทำหน้าที่นี้กันอยู่ เหมือนวัวงานที่ไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย ทั้งที่เรามันหนักในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา”

ถ้าได้ตำแหน่ง รมต.ถือว่าใช้หนี้จบหรือยัง จตุพรตอบ “ไม่ใช่เรื่องการของใช้หนี้ แต่เป็นเรื่องการร่วมทุกข์สุขกันมากกว่า นายกฯ ทักษิณ กับผมไม่มีใครเป็นหนี้ใคร แต่ว่าเป็นคนที่มีความรู้สึกเดียวกัน”

แรงกระเพื่อมจากกลุ่ม สส.ปทุมธานี ที่ขวางไม่ให้เป็น รมช.มหาดไทย เพราะเกรงจะมาเบียดเก้าอี้ ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สส.ปทุมธานี ที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้อยู่ จตุพรซึ่งก่อนหน้านี้ ระบุว่า เตรียมนัดคุยกับมวลชนเสื้อแดงที่ จ.ปทุมธานี เพื่อปรับความเข้าใจ อธิบายกับเราว่า เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา ส่วนตัวก็มักคุ้นกับชูชาติ รวมถึงพี่น้องเสื้อแดงที่ปทุมธานีที่ร่วมต่อสู้กันมา

“ทั้งหมดเหมือนนักฟุตบอล อยู่ที่โค้ชว่าช่วงไหนจะให้ใครลงสมัคร ผมเองไม่เคยแสดงความต้องการว่า จะต้องไปนั่งที่แทนนายชูชาติ แต่เมื่อปรากฏตามข่าว เราก็ยังได้เจอกัน เราไม่ได้มีปัญหาจะไปแย่งอยู่แล้ว เพราะไม่ได้เป็นอำนาจของผม ฉะนั้นมันไม่ได้มีปัญหา หรือใครจะมาจัดกลุ่มเพื่อต้านใคร และผมก็บอกว่าอย่าให้เกิดปรากฏการณ์คนมาสนับสนุนผม แบบนั้นมันก็จะกลายเป็นอีกเรื่อง ซึ่งไม่ควร เพราะทั้งผมและคุณชูชาติ ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะเลือก เราต่างเป็นฝ่ายที่ถูกเลือก เราคือนักกีฬา ผู้เล่น ครึ่งแรก ครึ่งสองใครลง เป็นเรื่องปกติของกีฬา เราเป็นนักการเมือง เรารู้ว่าเรื่องอย่างนี้นักการเมืองจะเข้าใจกัน”

กลับมามองที่รัฐบาล จะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ จตุพร วิเคราะห์ว่า วันนี้ชัดเจนว่าในซีกการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ คว่ำรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ ส่วนองค์กรขับเคลื่อนที่ปรากฏอยู่เวลานี้ ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองไปได้ เพราะมีคนเสื้อแดงที่เป็นผนังทองแดงกุญแจเหล็กให้กับรัฐบาล สำคัญคือ รัฐบาลต้องไม่มีปัญหาใน 3 เรื่อง 1.ไม่คอร์รัปชัน 2.ไม่เหลิง ไม่ลุแก่อำนาจ 3.ต้องนำนโยบายทุกข้อมาปฏิบัติ ถ้ารัฐบาลทำครบ 3 องค์ประกอบ คนเสื้อแดงพร้อมเคียงข้าง

“เราต้องไม่เหลิง ผมเปรียบว่า สิ่งที่นักบินกลัวมากที่สุด คือสว่างจนมองไม่เห็น ซึ่งน่ากลัวกว่ามืดจนมองไม่เห็น เพราะมืดสักพักเราพอจะมองเห็นในความมืดได้บ้าง แต่สว่างจนมองไม่เห็น ที่นักบินเรียกว่าหลงฟ้า เรดาร์ไม่มี หน้าสว่าง หลังสว่าง ข้างสว่าง หันไปทางไหนก็สว่างจนมองไม่เห็น อันนี้น่ากลัวมากกว่า ดังนั้นเราต้องไม่รำคาญกับความเห็นที่แตกต่าง และต้องไม่ปราบปรามประชาชนอย่างที่ผ่านมา”

“ผมเชื่อว่าความอดทนของนายกฯ กลายเป็นเสน่ห์ เพราะเดิมฝ่ายค้านมองเห็นว่าจุดอ่อน สุดท้ายก็กลายเป็นจุดแข็ง แต่องคาพยพอื่นๆ ก็ต้องทำหน้าที่ในการอธิบาย เพราะอีกฝ่ายคิดว่ายิ่งพูดมากเท่าไรก็ยิ่งประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่มันไม่ใช่ ผมเคยพูดในพรรคว่าเราเป็นทะเล อย่างไรแม่น้ำก็ไหลลงทะเลอย่างนั้น อาจจะช้าหน่อย”

แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับไทยเมื่อไร? จตุพร ทิ้งลายว่า เป็นเรื่องอนาคต แต่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบสถานการณ์ประเทศ ว่าเวลาไหนควรจะทำอย่างไร ให้เวลาและสถานการณ์เป็นตัวกำหนดจะดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน