
มทภ.4 เชื่อ โอไอซีไม่แทรกแซงไทย
แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ห่วง โอไอซี ลงใต้เชื่อเข้าใจไทยไม่แทรกแซง
แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ห่วง โอไอซี ลงใต้เชื่อเข้าใจไทยไม่แทรกแซง
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยถึงกรณีที่องค์การประชุมมุสลิมโลก (โอไอซี) เตรียมลงสังเกตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า โอไอซีจะไปดูในส่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และส่วนอื่นๆที่เขาอาจจะยังมีข้อมูลที่เคลือบแคงสงสัยอยุ่ ซึ่เรพร้อมให้ไปดูทุกพื้นที่ที่เราปฏิบัติอยู่ ไม่ว่าเป็นพื้นที่ไหนก็แล้วแต่เรายินดีให้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเราคงไม่ต้องเตรียมข้อมูล เพราะปกติเรามีแผนงาน และยุทธศาสตร์การดำเนินการชัดเจนอยู่แล้วว่า เราปฏิบัติการภายใต้สิทธิมนุษยชน ไม่ละเมิดกฎหมาย ประชาชนทุกคนในพื้นที่ภาคใต้เป็นพลเมืองไทย เราเป็นญาติพี่น้องกัน เราไม่ละเมิดสิทธิ์กัน ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐคนใดทำผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิ์ต้องลงโทษตามกฎหมาย
“เราเปิดเผยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่า เชื้อชาติไหน ศาสนาไหน ทุกคนเป็นพลเมืองไทย ในช่วงเหตุการณ์วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดชัดว่า กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเป็นผู้ละเมิดสิทธิ์มนุษยชนในบ้านเมืองเรา เขาทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่ว่า เชื้อชาติ และศาสนาไหน แต่ในความเป็นพลเมืองไทย เขาโดนกระทำโดยใช้ความปราณี แม้แต่เลขาองค์การสหประชาชาติยังออกมาประณาม โอไอซีก็ยังประณาม องค์กรอื่นๆยังประณามว่า วิธีการของเขาเป็นวิธีการของผู้ก่อการร้าย เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล เขาเป็นผู้ที่มีความสุดโต่งทางความคิด และความเชื่อ ผมคิดว่า ประเทศมุสลิมทั่วโลกไม่เห็นด้วย หรือต่อต้านสิ่งที่พวกนี้กระทำอยู่ จึงไม่น่าเป็นห่วงต่อการเดินทางลงเข้ามาในพื้นที่ของโอไอซี เพราะคนกลุ่มพวกนี้คงไม่ใช่กลุ่มที่โอไอซีหนุนอยู่ การลงพื้นที่ของโอไอซีจะไม่ทำให้ประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซง เพราะโอไอซีทราบดีว่า เรื่องนี้เป็นอะไร อย่างไร”แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดเจน ไม่ว่า รัฐบาลไหนก็แล้วแต่ เราเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนเสมอมา ตนไม่ห่วงทางยุทธศาสตร์ แต่อาจห่วงยุทธวิธีผู้ก่อการร้ายที่ไม่คำนึงถึงผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้คิดว่า ถ้าระหว่างที่โอไอซีลงพื้นที่ แล้วพวกนี้ทำอะไรโอไอซี ตนคิดว่า มันก็คงต้องจบไป โดยในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก(นขต.ทบ.) ผบ.ทบ.ได้กำชับการดำรงความมุ่งหมายยุทธศาสตร์ที่วางไว้ คือ ปฏิบัติอยู่ในกรอบ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจปัญหา ตัวงงาน และประชาชน ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเราปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของกอ.รมน.ที่มีกรอบชัดเจน คงไม่ต้องปรับเปลี่ยน แต่ต้องดูยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ประชาชน ซึ่งขณะนี้การปฏิบัติงานช่วงหลัง เราได้รับทราบข่าวสารจากประชาชนมาก เพราะประชาชนเบื่อหน่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไร้มนุษยธรรม
“บางส่วนคนของขบวนการมีการเข้านำกลุ่มเยาวชนเข้ามาต่อสู้จากแหล่งบ่มเพาะ ซึ่งไม่อยากเอ่ยว่า เป็นโรงเรียนเอกชน หรือศาสนา แต่มีบางที่เข้าไปนำมา โดยเราต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันว่า เป็นวัฒนธรรมหรือเป็นสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ประจำพื้นที่ ซึ่งเราต้องเคารพ โดยเราต้องพิจารณาว่า พัฒนาพื้นที่ไหนให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์เฉพาะ และการช่วยเหลือสมดุลหรือไม่ อย่างไร คิดว่า เป็นขั้นการปรับให้เกิดความเป็นธรรมให้กับทุกพื้นที่มากกว่า ส่วนความสัมพันธ์กับนายทวี สอดส่อง เลขาศอ.บต.ก็รู้จักกันดี และเราโทรคุย ประชุมร่วมกันอยู่เสมอ เพราะเรามีผู้บังคับบัญชาคนเดียวกัน คือ นายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่มีการมองว่า กอ.รมน. ศอ.บต. และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ทำงานไม่สอดประสานกันนั้น เราต้องยกเป็นเรื่องๆ อย่างศอ.บต.จะทำยุทธศาสตร์พัฒนาเป็นหลักใหญ่ ส่วนผมจะทำยุทธศตร์ความมั่นคง ซึ่งเป็นคนละด้าน จึงดูไม่ประสาน แต่เกิดจากยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหาร โดยผมเน้นป้องปราม ไม่ใช่ทำลาย ผมไม่ถือว่า ผู้ต่อสู้กับรัฐในปัจจุบันเป็นอาชญากรโดยสันดาน เพราะเป็นความคิดทางการเมืองที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานของรัฐในอดีตและก่อตัวขึ้นมาใช้หลักความเชื่อ และเชื้อชาติที่ถูกบิดเงื่อนไขในหลักศาสนา ทำให้เขาจำเป็นต้องต่อสู้”แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า องค์การประชุมมุสลิมโลก (โอไอซี)จะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 7-13 พ.ค.นี้ นำโดยเอกอัคราชทูตซาเยด คาสเซม ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซี เพื่อมารับทราบข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุด และความพยายามของรัฐบาลในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเข้าพบหารือกับรมว.ต่างประเทศ เลขาธิการสมช. เลขาธิการ ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่4 ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และจะมีการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เพื่อพบหารือความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมหารือกับชุมชนไทยมุสลิมและนักวิชาการ ซึ่งชาวมุสลิมในประเทศไทยมีกว่า 8 ล้านคน โดยประเด็นที่โอไอซี ให้ความสนใจ คือ การเคารพในอัตลักษณ์ของชาวไทยมุสลิม การให้ชาวมุสลิมในพื้นที่มีการมีส่วนร่วม การเจรจากับตัวแทน ชุมชนไทยมุสลิม และการเรียกร้องไม่ให้มีการยกเว้นจากการถูกลงโทษ







