
บิ๊กอ๊อดนั่งประธานแก้ปัญหาชายแดนใต้
ครม.ตั้งยุทธศักดิ์นั่งประธานขับเคลื่อนแก้ปัญหาใต้ มอบรมว.คลังแก้ปัญหาศก.ใน5 จังหวัดชายแดน เจ้าตัวสั่งประชุมวางยุทธศาสตร์17พ.ค.
ครม.ตั้งยุทธศักดิ์นั่งประธานขับเคลื่อนแก้ปัญหาใต้ มอบรมว.คลังแก้ปัญหาศก.ใน5 จังหวัดชายแดน เจ้าตัวสั่งประชุมวางยุทธศาสตร์17พ.ค.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน เพื่อติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาสถาการณ์ชายแดนใต้ และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 17 พ.ค. ร่วมกับสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ กพร. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เช่น กองอำนวยการรักษาความสงบภายใน (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอบต.)
ส่วนสถานการณ์ชายแดนใต้ นายกฯได้ขอให้ครม.ช่วยกันลงพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยประสานผ่านพล.อ.ยุทธศักดิ์ และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อีกทั้ง นายกฯสังการให้มีการเร่งรัดดำเนินการปัญหาในหลายด้าน เช่น แก้ไขเศรษฐกิจเป็นปัจจัยเร่งด่วน โดยมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ไปกำหนดทิศทางด้านเศรษฐกิจ ร่วมกับสภาพัฒน์ โดยเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภาคใต้ ได้มีกลุ่มคนแอบอ้าง กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ ประชาชนซึ่งอยู่ในข่ายที่จะได้รับเงินชดเชย รัฐบาลขอส่งสัญญาณว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว และมุ่งเน้นกำจัดผู้มิอิทธิพลในพื้นที่ นอกจากนี้ เข้าไปดูเรื่องภัยแทรกซ้อน เอามารวมกันและแก้ไขแบบบูรณาการโดยการแก้ปัญหาแบบองค์รวม เช่น ยาเสพติด กระบวกนารค้ายา การค้าน้ำมันเถื่อน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จะต้องได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งการให้ตนรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการดำเนินการจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานทั้งหมดเป็นเอกภาพและบูรณาการ โดยให้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจในการทำงาน ตามแนวนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ ตนได้เสนอให้ 17 กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการจัดเวิร์คช็อป เพื่อทำความเข้าใจว่า มีงานอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างที่จะต้องทำ เช่น ในปีแรกของนโยบายมีงานอะไรตามแผนยุทธศาสตร์ และมีงบประมาณอะไรที่จะใช้ได้ เป็นต้น โดยจะเริ่มทำเวิร์คช็อปในวันที่ 17 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล
“ในการเวิร์คช็อปจะให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.) สำนักงบประมาณ เป็นเจ้าภาพในการเตรียมการ เพราะทุกกระทรวงต้องใช้งบประมาณ ซึ่งจะกำหนดตัวงบประมาณให้พอดีทั้งหมด ซึ่งในอดีตต่างกระทรวงต่างทำ ไม่มีการบูรณการการทำงาน ไม่มีเป้าหมายที่จะวางไว้ ซึ่งเราวางไว้ว่าในปี 2555 แต่ละกระทรวง จะต้องทำให้เสร็จกี่เปอร์เซ็นต์ของแผนยุทธศาสตร์ หลังจากนี้เราจะวางไว้ให้เสร็จ แล้วทุกกระทรวงต้องทำให้ได้ตามที่กำหนด”พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ จะมีการประเมินผลงานของแต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงาน ในทุก 3 เดือน เพื่อรายงานให้นายกฯได้รับทราบ และนายกฯจะได้สั่งการในฐานะผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ทั้งนี้ ไม่ได้คิดว่าเราจะทำงานให้เสร็จภายในปีเดียว เอาแค่ 20-30% ของแต่ละแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งเมื่อครบ 3 ปี เราคิดว่าได้สัก 85-90% ก็ประสบความสำเร็จ และมองเห็นแสงสว่าง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้เปลี่ยนนโยบายมาเป็นแผนปฏิบัติ ซึ่งกอ.รมน.และศูนย์อำนวยการบริการชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ได้ออกยุทธศาสตร์มาแล้ว ซึ่งเวลานี้กำลังทำให้ยุทธศาสตร์ทั้งหมดเชื่อมโยงกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่ง ศอ.บต.จะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ส่วนสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ขณะนี้เบาลง การก่อการร้ายในพื้นที่เป็นการสร้างสถานการณ์ข่มขู่ประชาชนเท่านั้น
“เราต้องเตือนให้ประชาชนและอาสาสมัครระวังตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงไปสั่งการระดับผู้พันให้ลงไปกวดขันยุทธวิธีและการปฏิบัติของทหาร ซึ่งหลังจากนี้เรามีความพยายามที่จะใช้ทหารพรานเข้ามาแทนทหารหลัก โดยจะให้ทหารที่มาจากกองทัพภาคอื่นได้กลับไปยังพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งจะให้กองทัพภาคที่ 4 รับผิดชอบเองโดยตรง และเน้นการใช้ทหารพรานและทหารจากบุคคลในท้องถิ่นมากขึ้น”รองนายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า การเกิดเหตุความรุนแรงที่อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ยกเลิกการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปก่อนหน้านี้ จะมีการทบทวนกลับมาใช้ตามเดิมหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราจะดูสถานการณ์ก่อน การจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องผ่านคณะกรรมการก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุขึ้นเราก็ได้มีการประเมินสถานการณ์ทุกครั้ง ทั้งนี้ ถือว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นรายเล็ก เมื่อเขาปฏิบัติกับทหารไม่ได้ เขาก็ไปปฏิบัติต่อกับประชาชนที่ไม่รู้เรื่องด้วย







