
ถกแก้รธน.9วัน คืบแค่5มาตรา
เข้าสู่วันที่ 9 แล้วสำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 วาระ 2 แต่ดูเหมือนว่า
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
เข้าสู่วันที่ 9 แล้วสำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 วาระ 2 แต่ดูเหมือนว่าความสนใจในเนื้อหาสาระของการพิจารณาไม่น่าสนใจเท่ากับเหตุการณ์ภาพหวิวโผล่กลางห้องประชุม และการเปิดโปงกระบวนการเสียบบัตรแทนของ สส. อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นในตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเข้มเหมือนเดิม โดยเฉพาะการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ การพิจารณาที่ผ่านมาเสร็จสิ้นแล้วไป 6 ส่วนสำคัญด้วยกัน ตั้งแต่มาตรา 291/1-291/5 นับว่าเดินหน้าไปอย่างล่าช้า ต่างฝ่ายไม่มีใครยอมกัน โดยเฉพาะมาตรา 291/1 เกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 99 คน
กว่าจะสามารถผลักดันให้เป็นระบบการเลือกตั้งจังหวัดละหนึ่งคนและคัดเลือกจากรัฐสภา 22 คนได้ เรียกได้ว่าเลือดตาแทบกระเด็นกินเวลาไปหลายวัน โดยฝ่ายค้านต้องการแก้ไขให้เป็นจำนวน 200 คน เพื่อไม่ให้ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยผูกขาด ส.ส.ร.มากเกินไป
สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยมองว่าตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญของการร่างรัฐธรรมนูญ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบต่องานใหญ่ทันที เป็นผลให้ต้องใช้เสียงข้างมากลากไปในที่สุด
เมื่อได้หัวใจของการร่างรัฐธรรมนูญมาครอบครองแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงยอมให้กับฝ่ายค้านในบางประเด็นบ้าง คือ “มาตรา 291/5” เดิมมีใจความสำคัญตรงที่ กำหนดให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาบังคับใช้กับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยอนุโลม และให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยคดีเลือกตั้ง ส.ส.ร.ภายใน 30 วัน
ประเด็นดังกล่าวฝ่ายค้านพยายามโต้แย้งว่าการกำหนดกรอบเวลาให้ฝ่ายตุลาการพิจารณาเป็นการสร้างความกดดันซึ่งจะมีผลให้การวินิจฉัยคดีไม่ครบถ้วนตามกระบวนการยุติธรรม ที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยยอมถอยให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกัน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย 1.วิปรัฐบาล 2.วิปฝ่ายค้าน3.วิปวุฒิสภา และ 4.คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยทั้ง 4 ฝ่ายได้นำเรื่องนี้มาหาข้อสรุปร่วมกันจนมีความเห็นพ้องกันแก้ไขว่า “ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2550 เฉพาะส่วนการเลือกตั้ง สว.มาใช้กับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.และให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัยคดีโดยไม่จำกัดระยะเวลา”
ขณะที่อีก 3 ประเด็นที่ผ่านไปแล้วทั้งมาตรา 291/2 291/3 และ 291/4 ใจความสำคัญในภาพรวมอยู่การกำหนดคุณสมบัติและข้อห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ร. เช่น ต้องไม่เป็นบุคคลที่พ้นโทษจำคุกไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เป็นต้น
มองมาถึง ณ การประชุมรัฐสภาวันนี้ที่จะเริ่มต้นจากมาตรา 291/6 ที่ระบุให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 22 คน ให้แล้วเสร็จภายใน 75 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ พรรคเพื่อไทยไม่ได้กังวลเรื่องการควบคุมเสียงข้างมากหรือองค์ประชุมว่าจะล่มหรือไม่
แต่กลับเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาการพิจารณามากกว่า
ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้กางปฏิทินแล้วว่าวาระ 2 ต้องให้จบภายในเดือน เม.ย. เพื่อลงมติวาระ 3 ให้ทันต้นเดือน พ.ค. เพราะต้องเตรียมพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2556 ในเดือน มิ.ย. แต่ทุกอย่างต้องเลื่อนออกไปหมด เนื่องจากพรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” กล่าวคือ จะใช้เสียงข้างมากหักหาญฝ่ายค้านเพื่อรวบรัดลงมติก็ทำได้ แต่ในทางการเมืองจะไม่เป็นผลดีแน่นอน เพราะจะถูกมองเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก
พรรคเพื่อไทยจึงทำได้เพียงปล่อยให้ฝ่ายค้านลากยาวต่อไปเรื่อยๆ







