
แก้เกณฑ์กู้ดอกต่ำอุ้มน้ำท่วม
ธปท.ถกธนาคารพาณิชย์ปรับเงื่อนไขปล่อยกู้ซอฟต์โลน ลุ้นขยายวงเงินกู้ต่อราย มากกว่า 1 ล้านบาท
ธปท.ถกธนาคารพาณิชย์ปรับเงื่อนไขปล่อยกู้ซอฟต์โลน ลุ้นขยายวงเงินกู้ต่อราย มากกว่า 1 ล้านบาท
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับตัวแทนของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) วงเงิน 3 แสนล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีที่ออกมาตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้ รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. 2555 ถือความเป็นไปได้ในการปรับวงเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยเพิ่มจาก 1 ล้านบาทต่อราย
“ขณะนี้ทราบว่ามีคนมาใช้เงินกู้น้อยกว่าที่คาด ดังนั้นอะไรที่เป็นอุปสรรคเราก็จะปรับให้ แต่คงไม่ถึงขั้นปรับเงื่อนไขการให้กู้ จากช่วยผลกระทบน้ำท่วมเปลี่ยนเป็นช่วยภัยแล้งแน่นอน เพราะผิดวัตถุประสงค์ และยังขัดกฎหมายที่กำหนดไว้” นายประสาร กล่าว
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สาเหตุที่การปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนเพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยของธนาคารมีความล่าช้า มาจากเงื่อนไขที่ระบุว่าผู้กู้ต้องอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเท่านั้นและการจำกัดวงเงินกู้ไว้ที่ 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งต่ำเกินไป เพราะค่าเฉลี่ยในการกู้ซื้อบ้านของลูกค้าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2.2-2.5 ล้านบาทต่อราย ต่างจากธนาคารภาครัฐที่เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 ล้านบาทต่อราย
“วงเงินกู้ต่อรายที่ 1 ล้านบาทถือว่าต่ำเกินไป ไม่เพียงพอสำหรับการซื้อบ้านใหม่ทำให้ยังมีผลตอบรับไม่มาก หากกู้ร่วมเต็มที่ก็ได้เพียง 2 ล้านบาท เราคิดว่าวงเงินที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 2.5-3 ล้านบาทต่อราย แต่ท้ายที่สุดคงขึ้นอยู่ที่ ธปท.ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีลูกค้ารายย่อยยื่นขอกู้สินเชื่อซอฟต์โลนเข้ามายังธนาคารเพียง 2,000 ล้านบาท จากวงเงินที่จัดสรรไว้ทั้งหมด 1.8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะอนุมัติได้เพียง 1,400 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าบางส่วนอาจไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขหรือมีประวัติทางการเงิน
ซึ่งหากการเติบโตอยู่ในรูปแบบนี้คาดว่าอาจใช้เวลาถึง 9 เดือนจึงจะปล่อยสินเชื่อได้หมด
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมพร้อมปล่อยกู้ในโครงการซอฟท์โลนวงเงิน 5 พันล้านบาทให้กับลูกค้ารายย่อยในเดือนพ.ค.นี้ ดังนั้นหาก ธปท.มีการพิจารณาขยายวงเงินกู้ต่อรายน่าจะช่วยให้โครงการเป็นที่น่าสนใจขึ้น เมื่อเทียบกับโครงการบ้านหลังแรกของรัฐบาลที่คิดดอกเบี้ย 0 % 3 ปีและอยู่ระหว่างพิจารณาขยายวงเงินเป็น 2 ล้านบาท







