
เพื่อไทยแพ้เลือกตั้งปทุมธานี เสื้อแดงฉุน "ปู" ลูก "ป๋า"
สุดยอดไฮไลต์สถานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์มีจุดเกิดเหตุ ณ สองสถานที่สำคัญด้วยกัน แห่งแรกเป็น จ.ปทุมธานี หลังจากพรรคประชาธิปัตย์สามารถคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อม สส.ไปเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าออกอาการหัวเสียพอสมควร
สุดยอดไฮไลต์สถานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์มีจุดเกิดเหตุ ณ สองสถานที่สำคัญด้วยกัน แห่งแรกเป็น จ.ปทุมธานี หลังจากพรรคประชาธิปัตย์สามารถคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อม สส.ไปเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าออกอาการหัวเสียพอสมควร
แห่งที่สอง คือ บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าไปรดน้ำขอพรจาก พล.อ.เปรม เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับมวลชนคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
มาเริ่มกันที่ผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 ปทุมธานี โดย เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ชนะ สมศักดิ์ รังสิตวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ไปอย่างขาดลอยด้วยคะแนน 27,981 ต่อ 24,119 คะแนน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี เจ้าของพื้นที่เดิมลาออกไปสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี
ทว่า พรรคเพื่อไทยกลับต้องเสียท่ากลางสนามเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวเป็นซ้ำสอง เมื่อ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ แพ้ให้กับ ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.คนเก่าไปแบบไม่เห็นฝุ่น 214,429 ต่อ 110,974 คะแนน
จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา แม้จะเป็นเพียงการเลือกตั้งซ่อมและเลือกตั้งท้องถิ่นที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ก็ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกอาการนอตหลุด เห็นได้ชัดจากการกล่าวในระหว่างการประชุมพรรคเพื่อไทยครั้งล่าสุด
“ไอ้คนนี้ (ว่าที่ ร.ต.สุเมธ) คราวหน้าไปหาที่อื่นอยู่ พรรคไม่รับแล้ว ทำให้พรรคเสียหาย จะทำอะไรขอให้ทุกคนคิดถึงพรรค เบื้องต้นคิดถึงชาติก่อนแล้วค่อยคิดถึงพรรค อย่าเอาตัวเองนำหน้า ถ้าคิดจะเป็นนักการเมืองที่ดี คนนี้พรรคไม่ส่งต่อแล้วไปหาที่อื่นอยู่” คำกล่าวจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
ส่วนท่าทีของคนเสื้อแดงต่อการปราชัยในการเลือกตั้งที่ จ.ปทุมธานี ถือว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดงเช่นกันนั้น นับว่าค่อนข้างไม่พอใจกับพรรคเพื่อไทยพอสมควร ซึ่ง ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถึงกับตำหนิว่ามาจากไม่ลงพื้นที่ให้ทั่วถึงของ สส. พรรคเพื่อไทย และขอให้นำบทเรียนครั้งนี้มาปรับปรุงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพรรคด้วย
ทั้งนี้ สนามเลือกตั้งซ่อม สส.ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในพื้นที่เขต 3 เชียงใหม่ ภายหลังจาก ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ สส.เจ้าของพื้นที่ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองให้พ้นจากตำแหน่ง ฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ โดยพรรคเพื่อไทยหวังใช้สนามนี้ล้างอายให้กับพรรค พร้อมกับประกาศว่าแพ้ไม่ได้ แต่ต้องชนะแบบขาดลอยเท่านั้น
ด้านความเคลื่อนไหวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คงเป็นเรื่องอื่นไม่ได้นอกจากการนำ ครม.เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 สำหรับนายกฯ ที่ได้มีโอกาสเข้าพบกับรัฐบุรุษผู้นี้ ท่ามกลางการจับตามองของผู้สันทัดกรณีทั้งหลายว่า การให้น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าบ้านป๋าในครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองเกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง
ต้องยอมรับว่าบรรยากาศภายในบ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เป็นไปอย่างชื่นมื่น นายกฯ ได้ใช้จังหวะนี้คุยกับ พล.อ.เปรม เป็นเวลานานถึง 35 นาที ก่อนที่นายกฯ ยืนยันว่าการเข้าพบประธานองคมนตรีไม่มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นการเมือง
จากประเด็นนี้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หนึ่งในรัฐมนตรีที่เข้าพบ พล.อ.เปรม ขยายความว่า พล.อ.เปรม อยากให้รัฐบาลได้สานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้และงานกุศลที่ พล.อ.เปรม ได้ดำเนินการมา ซึ่งรัฐบาลพร้อมดำเนินการให้
“นายกฯ ได้กราบเรียน พล.อ.เปรม ว่า อาจจะมีช่วงเวลาที่มาขอปรึกษาหารือข้อราชการกับท่าน เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่เป็นถึงอดีตนายกฯ ที่มีประสบการณ์หลายปี” ยงยุทธ ระบุ
ท่ามกลางความชื่นมื่นของรัฐบาล อีกด้านหนึ่งในวันเดียวกันกับการรดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ครอบครัว กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสา ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนารามจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ได้จัดทำพิธีรดน้ำกระดูกกมนเกด เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 27 ปี ที่บริเวณราชประสงค์ โดยที่ไม่มีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมงานแม้แต่คนเดียว
นอกจากนี้ ยังมีแกนนำคนเสื้อแดงบางส่วนแสดงความไม่พอใจกับท่าทีของรัฐบาลในครั้งนี้ โดยเฉพาะ ชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม และแกนนำ นปช. ยอมรับว่าส่วนใหญ่ทำใจไม่ได้ที่รัฐบาลนี้ต้องไปยอมอยู่ใต้อำนาจอำมาตย์ ทั้งที่การต่อสู้ที่ผ่านคนเสื้อแดงได้โจมตีอำมาตย์อย่างหนัก แต่วันนี้กลับต้องมารดน้ำรับนโยบายจาก พล.อ.เปรม กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้กลายเป็นรัฐบาลลูกป๋าไปอีกชุด
สำหรับความคืบหน้าในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ยังคงดำเนินแบบมาราธอนต่อไป และได้นัดประชุมอีกครั้งในสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 13 พ.ค.
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย 1.วิปรัฐบาล 2.วิปฝ่ายค้าน 3.วิปวุฒิสภา และ 4.คณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความเห็นร่วมกันที่จะนำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และ สว.มาบังคับใช้เฉพาะหมวดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. เพื่อใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากเดิมที่ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ขณะที่อีก 2 ประเด็นสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งการหามือปล่อยภาพหวิวระหว่างการประชุมรัฐสภาและการกดบัตรแทนกัน กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน
ในกรณีของภาพโป๊ ขณะนี้คณะกรรมการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในระหว่างการประสานงานกับบริษัทแม่ผู้ผลิตโทรทัศน์ระบบพลาสมา เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมสัญญาณไวไฟ แต่ดูเหมือนกันเรื่องนี้คงต้องจบลง เมื่อ คัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบ ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะระบุตัวบุคคลที่แชร์รูปภาพได้
ประเด็นการกดบัตรแทนกันกลายมาเป็นเรื่องแดงทันทีที่ รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ออกมาเปิดภาพถ่ายของ สส.คนหนึ่งที่กำลังกดบัตรแสดงตนให้กับ สส.คนอื่นที่ไม่อยู่ในห้องประชุม
เดือดร้อนถึง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนและให้แจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน ซึ่งในวันที่ 30 เม.ย. นิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธาน เตรียมเชิญผู้เปิดประเด็นมาชี้แจง
ปิดท้ายสรุปข่าวสุดสัปดาห์ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทย ซึ่งต้องถือว่าเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ทำงานเปล่งแสงแดดอย่างแข็งขัน โดยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า วันที่ 27 เม.ย. คือวันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากกับ กทม. มีผลให้อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส และในหลายพื้นที่มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อย่างภาคเหนือและภาคกลางอุณหภูมิสูงสุดถึง 41 องศาเซลเซียส สวนทางกับภาคใต้มีพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงในบางแห่ง







