posttoday
ต้องยอมรับความจริง

ต้องยอมรับความจริง

29 เมษายน 2555

รัฐบาล “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะเข้าบริหารประเทศไทยครบ 1 ปีในเดือน ส.ค.นี้ ตามกฎหมายกำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละ 1 ครั้ง และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน

รัฐบาล “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะเข้าบริหารประเทศไทยครบ 1 ปีในเดือน ส.ค.นี้ ตามกฎหมายกำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละ 1 ครั้ง และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน

ขณะนี้เหลือเวลาอีกตั้งกว่า 3 เดือน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินงานของ ครม.ต่อรัฐสภา และเชื่อในฝีมือของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบให้เป็นประธานกรรมการ

นายนิวัฒน์ธำรงเองก็ทำงานรวดเร็วทันใจ เรียกประชุมคณะกรรมการนัดแรกในวันที่ 2 พ.ค.นี้ เพื่อเตรียมรายละเอียดสำหรับการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปี

รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่เดินหน้าโครงการประชานิยมเร็วที่สุดและมากเหลือเกิน ถึงแม้ว่าประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยอยู่ แต่ก็ยังคงเดินหน้าโครงการบ้านหลังแรกและรถคันแรกตามสัญญาที่ประกาศไว้เมื่อคราวหาเสียงเลือกตั้ง โดยไม่สนใจเหตุการณ์บ้านเมืองอื่นๆ ประกอบเลย

ตั้งตาเดินหน้าโครงการสารพัดแจก รวมถึงโครงการประกันราคาดะ ทั้งข้าว มันสำปะหลัง สับปะรด หอมแดง การบังคับให้เอกชนปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ใน 7 จังหวัด นำร่องตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา การปรับขึ้นเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีถึง 1.5 หมื่นบาท

ยอมรับว่าบางโครงการก็เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ แต่ก็มีอีกตั้งหลายโครงการที่ลงมือทำไปแล้วมีผลกระทบโดยตรงและผลข้างเคียงตามมาอีกตั้งมากมาย แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลและท่านรัฐมนตรีไม่สนใจสอดส่องดูแล ไม่ตรวจสอบว่าโครงการเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายมากแค่ไหน และสูญเสียงบประมาณไปอย่างไร้เหตุผลหรือไม่

ท่านๆ คงปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหลายเรื่อง เช่น การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่ประชุม ครม.ต้องอนุมัติงบหลายหมื่นล้านบาทในการช่วยเหลือทั้งสินเชื่อและยกเว้นภาษีในการเปลี่ยนเครื่องจักร

นั่นเป็นเรื่องผลกระทบต่อเนื่องจากการเดินหน้าโครงการประชานิยมของรัฐบาล รัฐบาลจึงจำเป็นต้องทบทวนอย่างเร็วด่วนและจริงจัง เพื่อปรับปรุงหรือต้องยกเลิกก่อนที่จะสานต่อโครงการที่ลงมือทำไปแล้ว

ส่วนเรื่องการทำงานของกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงที่เป็นหัวใจสำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคม เจ้ากระทรวงก็ไม่ควรปล่อยให้เหตุการณ์พาไป เช่น การส่งออกเดือน มี.ค.ทรุดลง 6.54% ติดลบสูงสุดในรอบ 4 เดือน จนส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 4,589 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.49 แสนล้านบาท มากสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และจะต้องค้นหาเหตุผลที่แท้จริง เพื่อหาทางป้องกันปัญหาใหญ่ที่จะตามมา และต้องยอมรับว่ากำลังซื้อในต่างประเทศน้อยลงมากเหลือเกิน

ดังนั้น จึงขอฝากให้ นายนิวัฒน์ธำรง คิดให้ลึกและคิดให้ไกลเรื่องการจัดเตรียมรายละเอียดเรื่องที่จะแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี อย่ามัวแต่ปากหวานคุยถึงแต่เรื่องความสำเร็จ แต่ไม่ยอมรับถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และควรเสนอทางออกหรือแนวทางการแก้ไขในโครงการที่ล้มเหลวด้วย เพื่อให้ประเทศไทยมีอนาคตและเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างที่ประชาชนฝากความหวังไว้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ m

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี