posttoday
จะแก้อะไรพิจารณากันก่อน

จะแก้อะไรพิจารณากันก่อน

28 เมษายน 2555

โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก

โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก

คราวที่แล้วคุยกันไปเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในแง่มุมค่อนไปในทางที่ว่าผู้คนควรได้พิจารณาก่อนที่จะมีการจัดตั้ง เลือกตั้ง หรืออะไรตั้ง ส.ส.ร. ก่อนหรือไหม

เช่น ควรจะถามประชาชนก่อนด้วยวิธีประชามติหรือไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญกันหรือไม่ หากจะแก้ จะแก้อะไรกันบ้างดี นอกจากนั้นได้คุยถึงเรื่อง ถ้าเราเห็นว่าการประชามติเมื่อคราวปี 2550 หลอกกันมาประชามติได้ การเลือกตั้งก็หลอกกันมาได้เช่นกัน

ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ก็หลอกกันมาเลือกตั้งได้ และการประชามติที่อาจจะเกิดมีขึ้นกันอีกในอนาคต ก็หลอกกันมาได้อีก กลายเป็นว่าเราอยู่กันในสังคมหลอกลวงไปเสียฉิบ ซึ่งในความเป็นจริง นั่นอาจจะคือสังคมของเราก็ได้

เหตุที่จะต้องคุยกันเรื่องว่าประชาชนเห็นว่าควรแก้ ไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร และถ้าควรแก้จะแก้อะไร แบบไหน อย่างไร ก็เพราะถ้าเราลองพิจารณารัฐธรรมนูญกันดูให้ลึกๆ แล้ว เอาตั้งแต่ฉบับปี 2475 หรือฉบับแรก มาจนถึงฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันกันเลย มันมีอะไรกี่มากน้อยที่ได้เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือกลับกัน หรือเปลี่ยนจนไม่เห็นเค้าลาง รากเหง้าของกันและกันเลยบ้างหรือไม่

ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่มี เพราะมันมีอยู่เหมือนกัน แต่เราต้องตามดูบริบทว่าเพราะเหตุใดสิ่งเหล่านั้นจึงเปลี่ยนไป และเมื่อเปลี่ยนไปแล้ว มาจนถึงปัจจุบันบริบทเหล่านั้นยังใช้ได้อยู่หรือไม่

ส่วนบรรดาที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยหรือเปลี่ยนก็เล็กๆ น้อยๆ เป็นเพียงถ้อยคำ หรือเพิ่มเติม ตัดทอนบ้าง ส่วนหลักการหรือเนื้อหาโดยรวมยังคงเดิม และก็ยังคงใช้กันได้มาจนถึงปัจจุบันไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ไม่รู้จะไปแก้สำมะหาอะไร

เมื่อลองพิจารณาดูโดยรวมแล้ว เราก็จะพบว่าเอาเข้าจริงๆ ที่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญกันแบบยกฉบับเลยมันก็แค่เป็นเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของบรรดาคนที่ไม่ชอบการรัฐประหารหรือต้องการจะทำให้เห็นว่า พวกแกรัฐประหารได้ พวกข้าก็ล้มการรัฐประหารได้ หรือว่ากันภาษาบ้านๆ ก็คือ ตบกะโหลกพวกรัฐประหารว่างั้นเถอะ

ประโยชน์ประยำจากการกระทำเช่นนั้น จะเกลือกมีฉันใดไม่รู้ แต่ถ้าคิดแบบสติด้อยปัญญาน้อยอย่างผม เห็นว่าบ้านเมืองมันวุ่นวายทุกวันนี้ก็เพราะคนจำนวนหนึ่งคิดกันแต่แค่ว่า “กูคิดเช่นนี้ มึงจะคิดเช่นไหนเรื่องของมึง”

บรรดาคนกลุ่มหนึ่งก็ยกตนเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เป็นตัวแทนชาวบ้านสารพัดสารพัน แต่ไม่รู้ว่าที่รจนามาทั้งหมดเป็นประโยชน์กับผู้ใด ที่ไม่รู้ยิ่งไปกว่านั้นคือชาวบ้านทั้งหลายคิดว่าเป็นประโยชน์ของท่านจริงๆ กระนั้นหรือ

ไม่ได้ว่าชาวบ้านโง่เขลาเบาปัญญา ท่านทั้งหลายต่างก็มีภูมิปฏิภาณของตนเองอยู่พอเหมาะพอสมในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว เพียงแต่การตัดสินใจบางประการอาจจะอยู่บนพื้นฐานที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนอยู่มาก และไม่ได้มองการสร้างประโยชน์ระยะยาว หากแต่มองเพียงการผ่านชีวิตไปวันๆ ซึ่งถามว่าผิดไหม ก็คงจะไม่ผิด นั่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งของคน

ที่โปรยไว้ตอนต้นเรื่องการหลอกลวงกันเพราะใครก็ถูกหลอกได้ถ้าไม่ระมัดระวัง ฉลาดให้เป็นอัจฉริยะอย่างไรก็ถูกหลอกได้

ลองคิดโจทย์ง่ายๆ อย่างหนึ่งดู ท่านคิดว่าท่านรู้จักข้าวแต่ละพันธุ์ดีแค่ไหน รู้จักอุปกรณ์หรืออะไหล่รถยนต์ดีอย่างไร สมมติเขาขายข้าวให้ท่านโดยเป็นข้าวหลายๆ พันธุ์ที่คล้ายกับข้าวขาวดอกมะลิปนๆ กันอยู่ ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าจะรู้ชัดเลยว่าเป็นข้าวปลอมปน ให้ท่านเป็นสุดยอดมันสมองของโลกเลย ท่านแน่ใจหรือว่ารู้จักอุปกรณ์ หรืออะไหล่รถยนต์ทุกชนิดทุกอย่าง

ไม่ทราบว่าท่านจะตอบว่าอย่างไร แต่สำหรับผม ผมไม่รู้ จะให้รู้ได้อย่างไรว่าในถุงมีข้าวพันธุ์ไหนไม่มีข้าวพันธุ์ไหนบ้าง เขาเอาอะไหล่อะไรมาใส่ให้รถเราบ้าง แต่เราจะยอมดักดานไม่รู้อยู่เช่นนั้นหรือไม่ หากเราตอบว่ายอม ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ชีวิตของเราจะต้องขึ้นอยู่กับความน่าไว้วางใจหรือความไว้วางใจที่มีต่อคน หรือที่เราจะสามารถได้รับจากคนได้ นั่นก็คือท่านจะได้ทุกสิ่งที่ดี ถ้าหากว่าท่านได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไว้วางใจได้

แน่ใจหรือไม่ว่าคนที่ท่านมีปฏิสัมพันธ์ด้วยจะไว้ใจได้

ท่านกวีเอกขุนสุนทรโวหารเปรียบเปรยผ่านเจ้าตาสอนสั่งสุดสาครไว้ว่า “อย่าไว้ใจมนุษย์” ที่เขียนเช่นนั้นท่านไม่ได้เห็นว่ามนุษย์มันเลวมันชั่วไปเสียหมด แต่ให้ระมัดระวังไว้ เพราะมันไม่แน่ บางทีตัวเรายังไว้ใจตัวเราเองไม่ได้เลย ลองคิดดู ถ้าเราไว้ใจได้เสมอ ทำไมเราขับรถชน ทำไมเราเดินสะดุดสิ่งนั้นสิ่งนี้ ทำไมเราตอบคำถามผิด ทำไมเราเลือกคนไม่ถูก ก็เพราะสิ่งต่างๆ มันไม่ได้แน่ และไว้ใจได้เสมอไป ดังนั้นจึงต้องคิดให้รอบคอบไว้

คิดให้รอบคอบอย่างเดียวพอหรือไม่ ก็ไม่พออยู่ดี รอบคอบอย่างไรก็ยังถูกหลอกได้เหมือนกัน เหมือนเขาว่ากัน “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น” มันไม่รู้กันได้ อย่าคิดว่าที่ไม่รู้เพราะโง่เง่าเต่าตุ่นอะไร เปล่าหรอก เพียงแต่ข้อมูลมันไม่เท่ากัน จะทำให้ข้อมูลเท่ากันได้หรือไม่ ก็เป็นไปได้ยาก แต่ไม่ใช่จะทำไม่ได้เสียเลย

นี่จึงเป็นเหตุว่าถ้าเราจะเลือกใคร เพราะเหตุใด จะต้องพิจารณากันให้รอบคอบ ไม่ใช่คิดแต่เพียงผลประโยชน์เฉพาะหน้า เราจะเลือกใครเขามาทำอะไร ก็จะต้องรู้ว่าเขาจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน และสิ่งที่สำคัญไปกว่าว่าเขาจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ก็คือมันจำเป็นต้องทำหรือไม่

ท่านเคยทำแบบทดสอบบางประเภทหรือไม่ ที่เขาถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วท่านก็ตอบไปตามเรื่อยๆ ตั้งแต่ข้อหนึ่งไปจนถึงข้อสักสี่สิบ แล้วเขาบอกว่าถ้าข้อสองท่านตอบเช่นนี้ ที่เหลือไม่ต้องตอบอะไรเลย มีแบบทดสอบแบบนี้เหมือนกัน เอาเป็นว่าไม่พูดถึงเรื่องการทดสอบเชาว์ปัญญา นั่งทำข้อสอบแทบตายสุดท้ายจริงๆ มันไม่ต้องทำอะไรขนาดนั้น

การแก้รัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน พิจารณากันดูมีเรื่องกี่เรื่องที่จะต้องแก้ไข ยกตัวอย่างเช่นเรื่องยุบพรรคก็แก้กันไป ไม่ต้องยุบพรรค ใครทำผิดจัดการคนนั้นเลย ใครรู้เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรค หรือไม่จะเป็นกรรมการพรรคหรือไม่ จะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ไม่สน เอาผิดหมด แต่ต้องแรงเบาต่างกันไป ประชาชนทั่วไป 5 ปี สมาชิกพรรค 10 ปี กรรมการบริหารพรรค 15 ปี หัวหน้าพรรค 20 ปี เอาติดคุกกันเลย ไม่ต้องตัดสิทธิทางการเมือง อยู่ในคุกก็หาวิธีให้เลือกตั้งได้ และสิทธิอื่นๆ ที่ยังให้ได้ ก็ให้กันไป

เอารัฐธรรมนูญมาแก้ผลพวงรัฐประหารกันดีไหม ลองคิดดูให้ดี โจทย์นี้ท่านผู้รู้ท่านบอกว่าสุดยอด คิดได้อย่างไร คนคิดนี่ เยี่ยมจริงๆ ยิ่งเป็นคนสอนหนังสือคนอื่น คิดได้เช่นนี้ยิ่งต้องถือว่าเยี่ยมยอดเลย

จะแก้ผลพวงรัฐประหารอย่างไร ก็ทำไป จะต้องเอารัฐธรรมนูญ มาแก้ทำไม เราว่าคนเขาเอารัฐธรรมนูญมาปู้ยี่ปู้ยำ ล้างผิดนั่น ทำลายโทษนี่ แต่เราก็คิดแบบเดียวกับเขา แล้วจะบอกว่าเราดีกว่าเขาได้อย่างไร เขาเป็นอย่างไร เราก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพียงแต่คนละวิธีการ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69