
ส่งออกมี.ค.ลบสุด4เดือน
ขาดดุลดุ4.5พันล้านเหรียญพณ.ยันไตรมาส2ฟื้นทั้งปี15%
ขาดดุลดุ4.5พันล้านเหรียญพณ.ยันไตรมาส2ฟื้นทั้งปี15%
ส่งออก มี.ค. ติดลบ 6.54% ขาดดุล 4,589 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดประวัติศาสตร์ “พาณิชย์” แจงนำเข้าเครื่องจักรน้ำท่วม เชื่อไตรมาส 2 ส่งออกฟื้น
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน มี.ค. 2555 มีมูลค่า 1.98 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 6.54% เทียบกับเดือน มี.ค. 2554 ซึ่งติดลบสูงสุดในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554 ที่ส่งออกติดลบ 12.44% เมื่อเทียบในรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 6.06 แสนล้านบาท ลดลง 6.15%
ขณะที่การนำเข้าเดือน มี.ค. มีมูลค่า 2.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 25.62% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 4,589 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขาดดุล 1.49 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ ส่งผลให้ยอดส่งออกไตรมาสแรกปี 2555 (ม.ค.มี.ค.) มีมูลค่า 5.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 3.92% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนนำเข้าไตรมาสแรก 5.98 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 10.45% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าไตรมาสแรก 5,186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขาดดุล 1.8 แสนล้านบาท
สาเหตุที่ทำให้การส่งออกเดือน มี.ค. และในไตรมาสแรกติดลบ มาจากกำลังซื้อจากตลาดต่างประเทศหลายแห่งชะลอตัว โดยเฉพาะในญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลัก มีอัตราติดลบค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันยังมีสินค้าอีกหลายกลุ่ม ทั้งสินค้าเกษตรที่ส่งออกได้น้อยลง เช่น ข้าว ยางพารา รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งออกได้น้อยลง เพราะโรงงานอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังประสบปัญหาน้ำท่วมปลายปีที่แล้ว อีกทั้งฐานการส่งออกเดือน มี.ค.ปีก่อนสูงมาก ทำให้เมื่อเทียบกับการส่งออกปีนี้จึงขยายตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ และขยายตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและในประเทศฟื้นตัว โดยไม่กังวลว่าปีนี้ไทยขาดดุลการค้า แม้ว่าเดือน มี.ค. จะมีการขาดดุลการค้าสูงมาก แต่ก็เป็นเพราะการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบในภาคโรงงานและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำมาใช้ผลิตและชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วม อีกทั้งยังมีการนำเข้าทองคำเพื่อสต๊อกสำรองในประเทศ หลังราคาทองคำในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง นอกจากนี้นำเข้าเชื้อเพลิง 5,525 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 68.27% ซึ่งยังยืนยันเป้าหมายการส่งออกปีนี้เติบโต 15% แน่นอน







