posttoday
แบตไฮบริด...ทนทานหรือท้าทาย?

แบตไฮบริด...ทนทานหรือท้าทาย?

26 เมษายน 2555

โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

ในเอกสารวิสัยทัศน์ 2570 สู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ของ สศช. ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2552 คือ 2 ปีที่แล้ว ชี้ว่าภัยพิบัติต่างๆ เช่น พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในแบบขั้นบันได!

ภัยพิบัติทางน้ำ เพิ่ม 30.7%

ภัยจากลมพายุ เพิ่ม 26.6%

แผ่นดินไหว เพิ่ม 8.6%

ผ่านมาถึงวันนี้...คนไทยคงพอรับรู้ได้ว่า...ภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นทั่วโลกจริงๆ แม้ประเทศไทยจะตั้งอยู่ในที่ซึ่งถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่อื่นในโลกแล้ว แต่ก็รู้ว่าเราได้รับผลกระทบเพิ่มเหมือนกัน

อีกอย่างที่เพิ่มคือ ...ภัยจากการก่อการร้าย...ก็เพิ่มขึ้น...ไม่เฉพาะในไทย แต่ทุกแห่งในโลกก็เผชิญกับกระแสความไม่แน่นอนที่จะเจอกับเรื่องแบบนี้ แม้ไม่เท่ากันแต่ก็ไม่มีที่ไหนการันตีได้ว่าจะไม่มี

จริงอยู่...ว่าโลกใบนี้ รวมทั้งประเทศไทยด้วยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วทดแทนและแก้ไขปัญหาเดิมๆ ของโลกยังไม่ได้ ส่วนมากเป็นเพียงภาพทางการตลาดของเทคโนโลยี การค้นพบเหล่านั้นต่างหากที่ถูกเอามาโฆษณา ประกาศเป็นข่าวราวกับว่าสามารถเอาชนะปัญหาของโลกได้แล้ว

ทั้งที่จริงเป็นแค่การประสบความสำเร็จในการทดลอง ซึ่งแม้จับต้องได้ แต่ก็เป็นแค่เพียงขั้นทดลองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นยารักษามะเร็งแบบใหม่ การใช้สื่อเสมือนจริง 3 มิติก็มี 4 มิติก็ได้

นอกจากนี้ เอกสารฉบับเดียวกันข้างต้นยังระบุถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นด้วย

จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงานของสหรัฐชี้ว่า แบตเตอรี่ไฮบริดอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่

ประการแรก วัตถุดิบที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ไฮบริดนั้น มีส่วนผสมของแร่หายาก ซึ่งถ้าตลาดผู้บริโภคนิยม “ไฮบริด” กันเต็มที่เมื่อไหร่ จะไม่มีวัตถุดิบเพียงพอที่จะผลิตป้อนตลาด

แต่อีกด้านที่น่ากังวลมากกว่า คือ แบตเตอรี่ไฮบริดนั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีพิเศษในการนำไปกำจัด หรือนำกลับมาใช้ใหม่

อายุของแบตเตอรี่ไฮบริด ซึ่งใช้ลิเทียมไอออนนั้น ประมาณไม่เกิน 8-10 ปี ถ้าใช้กับรถยนต์ ราคาลูกหนึ่งเฉียดแสนบาท ซึ่งนั่นอาจเป็นเพียงความตื่นเต้นด้านราคาของผู้ใช้ แต่ด้านการกำจัดแบตเตอรี่ที่หมดอายุกลุ่มนี้นั้น รัฐบาลสหรัฐจำต้องอัดฉีดเงินอุดหนุน 300 ล้านบาท ให้บริษัท Toxco ที่รัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวในสหรัฐที่มีเทคโนโลยีเพียงพอในการจัดการซากแบตเตอรี่ไฮบริดทุกรุ่น ทุกขนาด ให้สามารถรับปริมาณการจัดการแบตเตอรี่หมดอายุกลุ่มนี้ จากทั่วสหรัฐ

คำถามที่รัฐไทยควรค้นหาคำตอบก็คือ แบตเตอรี่ไฮบริดต่างๆ ทั้งจากในมือถือ แล็ปท็อป รวมทั้งแบตเตอรี่ในรถยนต์ ที่จะถึงเวลาเปลี่ยนใหม่ครั้งถัดไปนั้น จะถูกส่งไปแช่แข็งที่อุณหภูมิลบ 325 องศาฟาเรนไฮต์ แบบที่สหรัฐกำลังทำ ก่อนนำไปบดแยกกลับมารีไซเคิลใหม่หรือเปล่า?

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน