
ฝ่ายค้านถล่มขึ้นค่าแรงทำธุรกิจเจ๊ง
ปชป. ทวงค่าแรง 300บาท อัดขึ้นค่าจ้างทำลายเอสเอ็มอีเจ๊ง ด้าน ‘เผดิมชัย’ รับมีปัญหาบ้าง แต่ใช้มาตรการภาษีเยียวยา
ปชป. ทวงค่าแรง 300บาท อัดขึ้นค่าจ้างทำลายเอสเอ็มอีเจ๊ง ด้าน "เผดิมชัย" รับมีปัญหาบ้าง แต่ใช้มาตรการภาษีเยียวยา
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระการพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การดำเนินการนโยบายของรัฐบาล เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทและปริญญาตรี 1.5หมื่นบาทของนายนคร มาฉิม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน
นายนคร กล่าวว่า การประกาศนโยบายดังกล่าวได้สร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทันที โดยขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีกิจการปิดตัวลงนับแสนราย เช่นเดียวกับคนตกงานจำนวนมาก เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ดังนั้น ต้องการทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายเยียวยาในส่วนนี้อย่างไร
"ไม่เพียงเท่านี้ นโยบายที่ออกมาเป็นเพียงการหวังประโยชน์ทางการเมืองระหว่างการหาเสียงเท่านั้น เพราะไม่สามารถทำได้ทันทีภายใน 1 ปีตามที่ประกาศไว้ หลังจากมีเพียง 7 จังหวัดนำร่องที่ได้รับค่าแรงงานอัตราใหม่ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 70 จังหวัดต้องชะลอไปก่อน จึงอยากสอบถามว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบกับการไม่สามารถทำตามที่ประกาศต่อสาธารณชนไว้หรือไม่"นายนครกล่าว
นายเผดิมชัย กล่าวว่า การขึ้นค่าแรง 300 บาทไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลโดยตรงเพราะต้องมาจากการพิจารณาร่วมกันของของไตรภาคี ประกอบด้วยคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ นายจ้าง รัฐบาล และ ลูกจ้าง ซึ่งไตรภาคีได้มีฉันทานุมัติร่วมกัน ทั้งนี้ยอมรับว่าการขึ้นค่าแรงงานย่อมเกิดผลกระทบแต่รัฐบาลได้เตรียมมาตรการเอาไว้ คือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านการลดอัตราการเก็บภาษีจาก 30%เหลือ 23%
"แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศขึ้นค่าแรงวันที่ 1ม.ค.2555 พร้อมกันทั้งประเทศไม่ได้ แต่รัฐบาลก็มีเหตุผลเพราะไม่รู้ว่าจะมีมหาอุทกภัยเกิดขึ้น ขณะนั้นนายจ้างขอความเห็นใจว่าขอให้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 1 เม.ย.2555แทน แต่ยืนยันในวันที่ 1 ม.ค.2556 จะขึ้นค่าแรงทั้งประเทศแน่นอน ดังนั้น ยืนยันได้ว่านโยบายนี้รัฐบาลได้เริ่มภายใน 1 ปีตามเจตนารมณ์" นายเผดิมชัย กล่าว







