
สว.เสนอตั้งกรรมการสันติภาพรับมือ 10 ปีไฟใต้
ไฟใต้ที่ผ่านมา 8 ปี ยังไร้ทีท่าความสงบสุข แม้นโยบายของรัฐจะยึดแนวทางการเมืองนำการทหาร แต่ความรุนแรงไม่เพียงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำยังยกระดับความหวาดกลัวให้มากขึ้นๆ มีการพูดถึงหนทางยุติความรุนแรงกันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แม้ในการปฏิบัติจะมีกระบวนการติดต่อพูดคุย แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ
ไฟใต้ที่ผ่านมา 8 ปี ยังไร้ทีท่าความสงบสุข แม้นโยบายของรัฐจะยึดแนวทางการเมืองนำการทหาร แต่ความรุนแรงไม่เพียงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำยังยกระดับความหวาดกลัวให้มากขึ้นๆ มีการพูดถึงหนทางยุติความรุนแรงกันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แม้ในการปฏิบัติจะมีกระบวนการติดต่อพูดคุย แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ
ไม่นานมานี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ปัญหา และการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภาที่มี พล.อ.เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อแก้ไขความขัดแย้งตามกระบวนการแสวงหาสันติภาพ
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่มีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ประเด็นสำคัญที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ยกขึ้นเป็นเหตุผลคือ ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหายืดเยื้อ การพัฒนาของสถานการณ์มักจะมีจุดเปลี่ยนในรอบ 10 ปี การตั้งคณะกรรมการอิสระฯ ชุดนี้ จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในรอบทศวรรษ
สาระสำคัญของข้อเสนอดังกล่าวคือ ให้คณะกรรมการอิสระฯ ดังกล่าว เสนอแนะยุทธศาสตร์และแนวทางการแก้ไขความขัดแย้ง โดยเปิดพื้นที่ที่เป็นกลางให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ พูดคุยแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง โดยผู้ที่จะมามีส่วนร่วมในคณะกรรมการอิสระฯ จะต้องมีความรู้ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว ยังต้องเป็นกลาง ได้รับการยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจจากทุกฝ่าย มีโอกาสทำงานอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากการแทรกแซงจากการเมืองและฝ่ายบริหาร รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งภายในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังระบุอีกว่า เพื่อให้การดำเนินการตามกระบวนการสันติภาพของคณะกรรมการอิสระฯ ประสบความสำเร็จ รัฐบาลจะต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อกระบวนการสันติภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ฝ่ายการเมืองจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ โดยปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบ เคารพและส่งเสริมอัตลักษณ์ โดยเฉพาะภาษา วัฒนธรรม และการศึกษาของท้องถิ่น
ข้อเสนอของกรรมาธิการวิสามัญฯ ลงลึกถึงการดำเนินการเพื่อลดความหวาดระแวงสถาบันศึกษาปอเนาะ หรือตาดีกา ซึ่งมักถูกกล่าวหาว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะอุดมการณ์ที่แตกต่างจากรัฐ โดยรัฐต้องสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้รับการปลูกฝังคุณธรรมตามหลักศาสนาที่แท้จริง และใช้ประโยชน์ของศักยภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
ทั้งนี้ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เสนอว่า ก่อนตั้งคณะกรรมการอิสระฯ ดังกล่าว ให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เปิดให้มีการประชุมร่วมกันของสองสภา และเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไป เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะของสมาชิกรัฐสภา จากนั้นให้ตั้งกรรมการอิสระฯ ขึ้นตามข้อสังเกตของที่ประชุม
แต่ผ่านร่วมเดือนแล้วยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ มาจากนายกรัฐมนตรี ในขณะที่การแก้ปัญหาก็ยังไม่อาจเดินหน้าไปได้ด้วยดี ล่าสุด พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ได้ยอมรับว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ ก็มีกลุ่มบุคคลเข้ามาขอส่วนแบ่งจากผู้เสียหายเหล่านี้
“จากการที่ผมลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องภาคใต้ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กรือเซะและตากใบ เล่าว่ามีกลุ่มบุคคลมาเคาะประตูบ้านในเวลาค่ำ อ้างตัวว่าได้ไปกดดันรัฐบาลให้จ่ายค่าเยียวยา และขอส่วนแบ่งเงินชดเชย 20% ซึ่งผมแจ้งเรื่องนี้ต่อ ครม.แล้ว และขอให้ รมว.กลาโหม ไปช่วยดูแล” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว







