
แม่บ้านตร.-ทหารโวยเจอเรียกเงินบำนาญพิเศษคืน
แม่บ้านตำรวจ-ทหารสามีตายในหน้าที่ร้องปวีณาถูกเรียกคืนเงินบำนาญพิเศษ บางรายเป็นหนี้เกือบ4แสนบาท
แม่บ้านตำรวจ-ทหารสามีตายในหน้าที่ร้องปวีณษถูกเรียกคืนเงินบำนาญพิเศษ บางรายเป็นหนี้เกือบ4แสนบาท
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่มูลธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แม่บ้านของเหล่าตำรวจ-ทหารที่สามีทุพพลภาพ เสียชีวิต จากการปฎิบัติหน้าที่จำนวนกว่า 20 รายเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานฯ เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากถูกกรมบัญชีกลางงดจ่ายค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญพิเศษ (ช.ค.บ.) และเรียกคืนเงินที่เบิกเกินสิทธิ โดยให้ส่งคืนคลังภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากส่วนราชการ หาก บิดพลิ้ว หรือประวิงเวลาการชำระจะดำเนินการตามกฎหมาย
จ.ส.ต.(หญิง)ณัฎฐากุล ณัฎฐะพิชาญ์ อายุ 51 ปี ตำแหน่งผบ.หมู่ งานธุรการ สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ตัวแทนกลุ่มเปิดเผยว่า สามีเป็นตำรวจตะเวนชายแดนเสียชีวิตในการปฎิบัติหน้าที่ราชการ ที่อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อ ปี พ.ศ.2532 รู้สึกตกใจมาก จึงตรวจสอบรายชื่อที่ต้นสังกัดพบว่า มีรายชื่อของผู้ที่ถูกเรียกเก็บอีกเป็นจำนวนมาก พบว่าส่วนใหญ่ได้รับหนังสือจากกรมบัญชีกลาง จึงได้นัดรวมตัวเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ
พ.ต.ท.หญิง สุดาวรรณ ศรีวงศ์ อายุ 50 ปี สว.อก.ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งสามีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ อ.อรัญญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2537 ได้รับเงินบำนาญพิเศษ และบำเหน็จตกทอดโดยได้รับเงินเดือนละจำนวนกว่า5,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2554 ได้รับหนังสือจากกรมบัญชีกลาง เรียกเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญ(ช.ค.บ.) เกินสิทธิส่งคืนคลัง
นางปวีณา กล่าวว่า จากรายละเอียดที่ทราบคิดว่าเงินที่ทุกคนได้รับในแต่ละเดือนนั้นยังไม่คุ้มกับการที่ต้องสูญเสียสามีที่สละชีพเพื่อชาติ และเป็นเสาหลักของครอบครัว ต่อมายังต้องรับภาระเป็นทั้งพ่อ และแม่ดูแลครอบครัว อยู่ๆต้องมาเป็นหนี้สินจำนวนมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีผู้เสียหายถึง 363 คน จะต้องมีการดำเนินการแก้ไขเพื่อเป็นบรรทัดฐาน จะเร่งดำเนินการสรุปเรื่องทั้งหมดเพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน







