posttoday
ตร.ไทยลงนามร่วมปราบละเมิดทางเพศเด็ก

ตร.ไทยลงนามร่วมปราบละเมิดทางเพศเด็ก

24 เมษายน 2555

ตำรวจไทยลงนามร่วม สหประชาชาติ ปราบปรามการละเมิดทางเพศต่อเด็ก พร้อมสนับสนุนทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน

ตำรวจไทยลงนามร่วม สหประชาชาติ ปราบปรามการละเมิดทางเพศต่อเด็ก พร้อมสนับสนุนทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน

ที่หน่วยงานสหประชาชาติในประเทศไทย (UN) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นตัวแทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกับ นายแกรี่ เลวิส ผู้แทนระดับภูมิภาคของ สำนักปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC เพื่อทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการปราบปรามอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็ก และสนับสนุนกิจกรรมตำรวจผู้รับใช้ชุมชน โดยมีนายตำรวจระดับสูงใน บช.ก. ทั้งในระดับ รองผบช. และผบก. ในสังกัด รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติร่วมเป็นสักขีพยาน

นายแกรี่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันครั้งนี้ เป็นการปราบปรามอาชญากรรมระดับภูมิภาค โดยมีจุดประสงค์ที่จะจัดการกับผู้ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งในแง่ของการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนั้นถือเป็นปัญหาของโลก เพราะผู้ที่ก่อคดีนั้นใช้วิธีการเดินทางไปหาเหยื่อในประเทศต่างๆ แล้วใช้บริการทางการท่องเที่ยวเป็นฉากบังหน้า ทำให้ยากแก่การติดตามตัวคนร้าย เพราะมีการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาเกี่ยวข้องด้วย

“บ่อยครั้งที่อาชญากรรมประเภทนี้ระบุตัวคนผิดได้ยาก ในที่สุดคนเหล่านี้ก็ไม่ถูกดำเนินคดี ผมเชื่อว่าทุกคนอยากให้คดีลักษณะนี้ยุติ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค” นายแกรี่ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้แทนระดับภูมิภาคของ UNODC แนะวิธีการที่จะปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กว่า ได้มีการจัดตั้งโครงการขึ้นมาที่เรียกว่า “Project Childhood” ที่ปฏิบัติงานอยู่ในภูมิภาคนี้ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากประเทศออสเตรเลียเพิ่มเพิ่มศักยภาพต่างๆ ในการระบุตัวผู้กระทำความผิด เพื่อนำผู้ต้องหาขึ้นสู่ศาล นอกจากนี้ยังร่วมมือกับองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรด้วย

นายแกรี่ กล่าวอีกว่า จะเริ่มต้นให้ความรู้ทางวิชาการ และด้านกฎหมายกับตำรวจไทย โดยได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากตำรวจสากลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้องค์กรเอกชนที่ชื่อว่า World Vision ซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับเด็ก และเยาวชน จะให้ความร่วมมือในโครงการที่จะทำในอนาคตกับ บช.ก. ด้วย ทั้งนี้สหประชาชาติได้ติดตามการทำงานของ บช.ก. แล้วเห็นว่ามีความก้าวหน้าด้านการทำโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน หรือ Community Policing จึงมีความคิดที่จะส่งเสริมให้เดินหน้าต่อ อีกทั้งจะสนับสนุนให้ดำเนินการทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และ จ.เชียงใหม่ 

ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ของไทยขณะนี้เต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวคิดเก่าๆ ไม่สามารถที่จะนำไปแก้ปัญหาได้ จึงต้องหาเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะการป้องกันอาชญากรรมที่จะเกิดกับเด็ก และเยาวชน

“ทั้งนี้เรามีข้อวิจัยว่าเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยจากครอบครัว และถูกทำร้าย จะมีความเสี่ยงมากถึง 33 เปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรม เราจึงต้องมองอนาคตเพื่อที่จะลดอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาเราพัฒนาตำรวจมาโดยตลอดทั้งส่งไปศึกษางานที่ประเทศอังกฤษ แคนาดา และกำลังจะไปออสเตรเลีย เพื่อการสืบสวนที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น UN เป็นส่วนหนึ่งที่เราทำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสากลมากขึ้น” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว

ผบช.ก.กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมโดยใช้ทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนนั้น ในต่างประเทศมีการนำไปใช้แล้วประสบความสำเร็จในหลายประเทศ อย่างในแอฟริกาก็นำไปใช้ เช่น ในอูกันดานำไปใช้แก้ปัญหาการละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือในเคนย่าก็นำทฤษฎีนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV อย่างได้ผล ขณะนี้จึงได้พยายามเผยแพร่ทฤษฎีนี้ให้นำไปปฏิบัติในหลายๆ พื้นที่ เบื้องต้นเชื่อว่าจะทำให้สังคมไทยดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากชาวบ้านตามการดำเนินการของทฤษฎีดังกล่าว.

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี