
ตร.ไทยลงนามร่วมปราบละเมิดทางเพศเด็ก
ตำรวจไทยลงนามร่วม สหประชาชาติ ปราบปรามการละเมิดทางเพศต่อเด็ก พร้อมสนับสนุนทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน
ตำรวจไทยลงนามร่วม สหประชาชาติ ปราบปรามการละเมิดทางเพศต่อเด็ก พร้อมสนับสนุนทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน
ที่หน่วยงานสหประชาชาติในประเทศไทย (UN) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นตัวแทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกับ นายแกรี่ เลวิส ผู้แทนระดับภูมิภาคของ สำนักปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC เพื่อทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการปราบปรามอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็ก และสนับสนุนกิจกรรมตำรวจผู้รับใช้ชุมชน โดยมีนายตำรวจระดับสูงใน บช.ก. ทั้งในระดับ รองผบช. และผบก. ในสังกัด รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติร่วมเป็นสักขีพยาน
นายแกรี่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันครั้งนี้ เป็นการปราบปรามอาชญากรรมระดับภูมิภาค โดยมีจุดประสงค์ที่จะจัดการกับผู้ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งในแง่ของการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนั้นถือเป็นปัญหาของโลก เพราะผู้ที่ก่อคดีนั้นใช้วิธีการเดินทางไปหาเหยื่อในประเทศต่างๆ แล้วใช้บริการทางการท่องเที่ยวเป็นฉากบังหน้า ทำให้ยากแก่การติดตามตัวคนร้าย เพราะมีการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาเกี่ยวข้องด้วย
“บ่อยครั้งที่อาชญากรรมประเภทนี้ระบุตัวคนผิดได้ยาก ในที่สุดคนเหล่านี้ก็ไม่ถูกดำเนินคดี ผมเชื่อว่าทุกคนอยากให้คดีลักษณะนี้ยุติ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค” นายแกรี่ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้แทนระดับภูมิภาคของ UNODC แนะวิธีการที่จะปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กว่า ได้มีการจัดตั้งโครงการขึ้นมาที่เรียกว่า “Project Childhood” ที่ปฏิบัติงานอยู่ในภูมิภาคนี้ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากประเทศออสเตรเลียเพิ่มเพิ่มศักยภาพต่างๆ ในการระบุตัวผู้กระทำความผิด เพื่อนำผู้ต้องหาขึ้นสู่ศาล นอกจากนี้ยังร่วมมือกับองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรด้วย
นายแกรี่ กล่าวอีกว่า จะเริ่มต้นให้ความรู้ทางวิชาการ และด้านกฎหมายกับตำรวจไทย โดยได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากตำรวจสากลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้องค์กรเอกชนที่ชื่อว่า World Vision ซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับเด็ก และเยาวชน จะให้ความร่วมมือในโครงการที่จะทำในอนาคตกับ บช.ก. ด้วย ทั้งนี้สหประชาชาติได้ติดตามการทำงานของ บช.ก. แล้วเห็นว่ามีความก้าวหน้าด้านการทำโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน หรือ Community Policing จึงมีความคิดที่จะส่งเสริมให้เดินหน้าต่อ อีกทั้งจะสนับสนุนให้ดำเนินการทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และ จ.เชียงใหม่
ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ของไทยขณะนี้เต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวคิดเก่าๆ ไม่สามารถที่จะนำไปแก้ปัญหาได้ จึงต้องหาเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะการป้องกันอาชญากรรมที่จะเกิดกับเด็ก และเยาวชน
“ทั้งนี้เรามีข้อวิจัยว่าเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยจากครอบครัว และถูกทำร้าย จะมีความเสี่ยงมากถึง 33 เปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรม เราจึงต้องมองอนาคตเพื่อที่จะลดอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาเราพัฒนาตำรวจมาโดยตลอดทั้งส่งไปศึกษางานที่ประเทศอังกฤษ แคนาดา และกำลังจะไปออสเตรเลีย เพื่อการสืบสวนที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น UN เป็นส่วนหนึ่งที่เราทำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสากลมากขึ้น” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว
ผบช.ก.กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมโดยใช้ทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนนั้น ในต่างประเทศมีการนำไปใช้แล้วประสบความสำเร็จในหลายประเทศ อย่างในแอฟริกาก็นำไปใช้ เช่น ในอูกันดานำไปใช้แก้ปัญหาการละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือในเคนย่าก็นำทฤษฎีนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV อย่างได้ผล ขณะนี้จึงได้พยายามเผยแพร่ทฤษฎีนี้ให้นำไปปฏิบัติในหลายๆ พื้นที่ เบื้องต้นเชื่อว่าจะทำให้สังคมไทยดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากชาวบ้านตามการดำเนินการของทฤษฎีดังกล่าว.







