posttoday
"ชุมชนรางไม้แดง"ใส่ใจไอทีพลิกชีวิตเกษตรกร

"ชุมชนรางไม้แดง"ใส่ใจไอทีพลิกชีวิตเกษตรกร

21 เมษายน 2555

ครั้งหนึ่งในอดีต หมู่บ้านแห่งนี้เคยประสบปัญหาดินเสื่อมสภาพอย่างรุนแรงจากการใช้สารเคมีมาตั้งแต่ปี 2528 ทั้งยังขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเสาะหาเมล็ดพันธุ์จากแหล่งอื่นๆ และต้องปรับปรุงสภาพดินก่อนการเพาะปลูกทุกครั้ง ขณะที่ผลผลิตกลับตกต่ำสวนทางกับเงินลงทุน กลายเป็นปัญหาชุมชนที่มองไม่เห็นทางแก้ไข นอกจากนี้สารเคมียังส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน เมื่อมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในร่างกายของเกษตรกรส่วนใหญ่

ครั้งหนึ่งในอดีต หมู่บ้านแห่งนี้เคยประสบปัญหาดินเสื่อมสภาพอย่างรุนแรงจากการใช้สารเคมีมาตั้งแต่ปี 2528 ทั้งยังขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรต้องใช้เงินลงทุนสูงในการเสาะหาเมล็ดพันธุ์จากแหล่งอื่นๆ และต้องปรับปรุงสภาพดินก่อนการเพาะปลูกทุกครั้ง ขณะที่ผลผลิตกลับตกต่ำสวนทางกับเงินลงทุน กลายเป็นปัญหาชุมชนที่มองไม่เห็นทางแก้ไข นอกจากนี้สารเคมียังส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน เมื่อมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในร่างกายของเกษตรกรส่วนใหญ่

ทว่า ปัจจุบันเกษตรกร “ชุมชนบ้านรางไม้แดง” ได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากการนำเทคโนโลยีมาช่วยขจัดปัญหาและเพิ่มผลผลิต โดยมี “ศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน” เป็นสถานที่บ่มเพาะเทคนิควิธีการอันทันสมัยในการทำเกษตรกรรม จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอก น้ำข้าวกล้องงอก และไอศกรีมข้าวกล้องงอก ที่ล้วนเป็นความภาคภูมิใจของชาวหมู่บ้านรางไม้แดง

ศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนที่เกิดขึ้นกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศเวลานี้ ได้รับการผลักดันภายใต้นโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ที่มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมอุดมปัญญาและการเรียนรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างสังคมเมืองกับชุมชนที่ห่างไกล ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจขึ้นในหลายพื้นที่ โดยนำความรู้เกี่ยวกับไอทีมาต่อยอด จนสามารถเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ให้ชุมชน

"ชุมชนรางไม้แดง"ใส่ใจไอทีพลิกชีวิตเกษตรกร

 

ในปี 2544 กลุ่มเกษตรกรชุมชนบ้านรางไม้แดงได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนขึ้น เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์สำหรับกระจายไปสู่พื้นที่ทั้งตำบลซึ่งครอบคลุมอาณาเขตประมาณ 4,500 ไร่ เกิดกลุ่มผลิตปุ๋ยและสารกำจัดแมลงชีวภาพเพื่อรณรงค์ลดการใช้สารเคมี กระทั่งเมื่อมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทางกระทรวงในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้บริการในชุมชน เปิดอบรมให้ความรู้ทักษะพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับชาวบ้าน และทักษะขั้นสูงที่จำเป็นให้กับผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ พร้อมสนับสนุนให้การบริหารจัดการดำเนินไปได้ด้วยตัวเอง ชาวบ้านรางไม้แดงจึงเกิดแนวคิดในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตร

เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมการเพาะปลูก ที่สมาชิกชุมชนจะใช้ศูนย์การเรียนรู้เป็นแหล่งข้อมูลค้นคว้าเรื่องดิน โดยใช้จีพีเอสช่วยค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของชุมชนและที่ดินของแต่ละครอบครัว จากนั้นจึงสืบค้นข้อมูลเชิงลึกว่าที่ดินแต่ละตำแหน่งเป็นดินชุดใด ชนิดใด และประเภทใด เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกพืชตระกูลใด หรือมีคุณลักษณะเฉพาะอย่างไร และเมื่อทราบรายละเอียดของดินแล้ว ก็สามารถค้นหาได้ว่าจำเป็นต้องใช้กลวิธีใดปรับปรุงให้ดินมีสภาพดีขึ้น

เนื่องจาก “ดิน” คือหัวใจหลักของการทำเกษตรกรรม ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของดินจึงมีความสำคัญ และยังมีส่วนช่วยให้คนในชุมชนค้นหาเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาสภาพดินได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลด ละ เลิก การใช้สารเคมีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสารเคมีตกค้าง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาเกษตรกรชุมชนบ้านรางไม้แดงได้ปรับเปลี่ยนวิธีทำการเกษตรจากการใช้สารเคมี มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ทำขึ้นเอง และลดสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ซึ่งส่งผลให้ลดปริมาณสารเคมีลงได้ถึง 50%

ในการเพาะปลูก ชาวบ้านรางไม้แดงยังใช้ศูนย์การเรียนรู้เพื่อเข้าดูข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ ที่แสดงราคาพืชผล สำหรับนำไปคำนวณต้นทุนก่อนการลงมือเพาะปลูกว่าจะเกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ เป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน

สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อเกษตรกรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ชาวบ้านรางไม้แดงจึงต้องตรวจสอบสภาพอากาศอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณน้ำฝนในแต่ละช่วงของปี หรือความเป็นไปได้ของวิกฤตภัยแล้งที่อาจทำให้พืชผลเสียหาย

ขณะเดียวกัน ในระหว่างการเพาะปลูกเกษตรกรสามารถเข้ามาสืบค้นข้อมูลเฉพาะด้าน เช่น การระบาดของศัตรูพืช อันเป็นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรทุกคนต้องประสบ ซึ่งผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้จะแนะนำให้ศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตรโดยตรง ทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ไม่ต้องผ่านการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ซึ่งอาจสูญเสียผลผลิตโดยใช่เหตุ

นอกจากนี้ ศูนย์การเรียนรู้บ้านรางไม้แดงยังมีโครงการในอนาคตที่จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจัดตั้งให้ชุมชนบ้านรางไม้แดงเป็น “ศูนย์พยากรณ์ศัตรูพืชประจำภูมิภาค” อีกด้วย

จวบจนถึงขั้นตอนหลังการผลิต ชาวบ้านยังได้ประโยชน์จากศูนย์การเรียนรู้ ในการศึกษาข้อมูลการแปรรูปผลิตผลเพื่อเพิ่มมูลค่า และใช้ช่องทางการจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ร้านค้าชุมชน www.thaitelecentre.org หรือ www.thaitelecentremail.com ซึ่งช่วยได้ทั้งการจำหน่าย รวบรวมผลผลิตข้าวเปลือก การแปรรูป และต่อยอดการผลิตในรูปแบบอื่นๆ ตลอดจนเชื่อมโยงกับเครือข่ายร้านอาหารปลอดภัยของชุมชน และปัจจุบันกำลังจัดการรวบรวมข้อมูลชุมชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ชุมชนบ้านรางไม้แดงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้างต่อไป

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม