posttoday
หมดยุคความกลัว มาตรา 112

หมดยุคความกลัว มาตรา 112

21 เมษายน 2555

แม้กระแสการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาจะแผ่วลงไป ภายหลังรัฐบาลเพื่อไทยประกาศไม่รับลูก และเจอแรงกดดันจากหลายฝ่าย แต่ ยุกติ มุกดาวิจิตร ในฐานะแกนนำคนหนึ่งของคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขม.112 (ครก.112) ก็ยืนยันเป้าหมายเดิมที่จะยื่น 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้กฎหมายมาตราดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ในเดือน พ.ค.จะทำได้ทันแน่

แม้กระแสการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาจะแผ่วลงไป ภายหลังรัฐบาลเพื่อไทยประกาศไม่รับลูก และเจอแรงกดดันจากหลายฝ่าย แต่ ยุกติ มุกดาวิจิตร ในฐานะแกนนำคนหนึ่งของคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขม.112 (ครก.112) ก็ยืนยันเป้าหมายเดิมที่จะยื่น 1 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้กฎหมายมาตราดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ในเดือน พ.ค.จะทำได้ทันแน่

“ยืนยันว่าไม่ช้ากว่ากำหนด คือพูดได้เลยว่ามันเป็นไปตามเป้าได้แน่นอน และอาจจะเกินกว่าที่ตั้งไว้เสียด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เรามีแผนลงพื้นที่สัญจรช่วงเดือน เม.ย.ไปในหลายจังหวัด แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลา เพราะตลอดเดือน ก.พ.มี.ค. เราเดินทางไปหลายพื้นที่มาก และเขาก็ให้ความสนใจดี คือ ทั้ง นปช. หรือเสื้อแดง เขาก็เรียกร้องมา เราก็ไปหมดทุกที่” ยุกติ เล่าให้ฟังถึงความเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เมื่อเคลื่อนไหวเรื่อง ม.112 กลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่เรียกตัวเองว่าเป็น นปช. แต่กลับกลายเป็นกลุ่มอิสระ หรือเป็นเสื้อแดงบ้าง เป็นมวลชนบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบกับ นปช.ใหญ่ที่มีจุดยืนว่าจะเคลื่อนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ส่วน ม.112 นั้นละไว้ในฐานที่เข้าใจ

เมื่อถามว่าได้เห็นอะไรบ้างจากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน ยุกติ แบ่งปรากฏการณ์ที่เขาเห็นเป็น 3 ข้อ คือ เห็นชัดเจนว่ามวลชนที่สนับสนุนเพื่อไทยเป็นตัวของตัวเอง เพราะแม้ว่าพรรคปฏิเสธไม่ทำเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังทำต่อและติดต่อเรามาด้วย ที่ไหนเราไปได้ก็ไป เราเห็นการตื่นตัวของมวลชนที่เป็นอิสระ

หมดยุคความกลัว มาตรา 112

 

นอกจากนี้ ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงที่คนลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับสถาบันประเพณีมากยิ่งขึ้น มีข้อเสนอที่ก้าวหน้าไปถึงขนาดป้าคนหนึ่งในจังหวัดเล็กๆ ทางภาคอีสาน เขียนโน้ตใส่กระดาษว่าอยากเปลี่ยนแปลงสถาบันทุกๆ ด้านให้เหมือนกับอังกฤษและญี่ปุ่น ซึ่งด้วยสถานะอาจารย์สายสังคมวิทยา ยุกติ ก็เพิ่งเคยเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ตั้งคำถามกับบทบาทสถาบันมากขึ้นขนาดนี้เป็นครั้งแรกและสุดท้าย คือ สะท้อนชัดว่าคนเหล่านี้อยากมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็น ไม่ใช่ผูกขาดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถาบันไว้กับ อานันท์ ปันยารชุน นพ.ประเวศ วะสี หรือสุเมธ ตันติเวชกุล เพราะเขาอยากเป็นคนออกแบบด้วยตัวเอง ซึ่งสะท้อนว่าเมื่อสังคมเปลี่ยนคนก็อยากให้กฎหมายสอดรับและสะท้อนความเป็นจริงทางสังคมด้วย

“ก่อนหน้านี้เราพูดกันถึงว่า ม.112 ปกครองด้วยความกลัว ทำให้คนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ หงอ แล้วก็สยบราบคาบ แต่พอถึงวันนี้แล้วคนที่ถูกปกครองด้วย ม.112 ไม่ได้กลัว กลับกลายเป็นคนใช้กฎหมายที่กลัวสิ่งเหล่านี้ หลายๆ ที่ที่เราไปมีปัญหาไม่อยากให้จัด โรงแรมไม่ให้จัด อย่างมหาสารคามต้องจัดในวัด กลายเป็นว่าชนชั้นนำกลัวชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่กลัวชนชั้นนำ” ยุกติ กล่าว

ส่วนที่รัฐบาลยังไม่รับลูกไปทำต่อนั้น ยุกติ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทั้งนิติราษฎร์และ ครก.112 เอง คาดหวังว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะเข้าร่วมนำข้อเสนอของนิติราษฎร์เข้าสู่สภาแน่นอน เนื่องจากปฏิกิริยาขณะนั้นฝ่ายจงรักภักดีก็ยังสนับสนุนแก้ไข เพราะสิ่งที่นำเสนอไปนั้นล้วนรักษาไว้ซึ่งการดำรงอยู่ของสถาบันให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยมากขึ้น แต่พอถูกวิจารณ์มากเข้า สุดท้ายก็ไม่สามารถเดินหน้าแก้ไขได้

“ถ้ามันแผ่ว เดินไปแล้วไม่มีใครสนใจ มันก็แผ่ว แต่วันนี้ยังมีคนเรียกร้องให้ไปที่นู่นที่นี่ เราก็ทำได้เท่าที่แรงเรามี โอเค มีความรุนแรงบ้าง อ.วรเจตน์ ถูกทำร้าย แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงเกินกว่านี้ และแม้รัฐบาลจะเพิกเฉย แต่เขาก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล อ.วรเจตน์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเราดำเนินการต่อได้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ อาจจะบอกว่าทำได้ แต่ต้องปกป้องสถาบัน ก็เป็นคำพูดที่เขาอาจจะต้องพูดไป แต่เขาก็ไม่ได้ห้าม ไม่ได้อยู่เบื้องหลังขบวนการต่อต้านพวกเราด้วยซ้ำ” ยุกติ กล่าว

ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งที่ ยุกติ มองก็คือ การเคลื่อนไหวของ ครก.112 ครั้งนี้ ช่วยปกป้องสิทธิเสรีภาพให้กับมวลชนหัวก้าวหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกแจ้งข้อหา ม.112 อีก เพราะก่อนหน้านี้ความรู้สึกไม่พอใจระบบมันมีเยอะมากและอยู่ใต้ดิน เช่นเดียวกันก่อนหน้านี้คนที่ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อก็ถูกจับถูกปรับ กลุ่มมวลชนที่สนับสนุน กลุ่มแดงสยาม หรือกลุ่มของคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แต่พอมี ครก.112 ออกมา เขาก็มีที่ยืนที่สามารถแสดงตัวได้ชัด และทำให้การเคลื่อนไหวไม่เสี่ยงกับการถูกดำเนินคดี เพราะเราทำกันอย่างถูกต้อง

“ในช่วงที่เราเคลื่อนไหวแก้ ม.112 ก่อนหน้านี้ ผมได้ข่าวว่าจะมีนักการเมืองสักคนสองคนหยิบเรื่องนี้ไปอภิปรายเสนอญัตติเข้าสภา แต่พอดีปิดสภาก่อนก็ไม่เป็นไร แต่ถามว่าวันหนึ่งจะเข้าสภาได้ไหม ผมเชื่อว่าเข้าได้ เพราะการต่อรองภายในพรรคเพื่อไทยในสภามันสูง และมันมีผู้เล่นหลายตัว” ยุกติ แสดงความคิดเห็น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน