posttoday
ยันน้ำเขื่อนพอใช้หากฝนทิ้งช่วง

ยันน้ำเขื่อนพอใช้หากฝนทิ้งช่วง

20 เมษายน 2555

กฟผ.ยันมีน้ำในเขื่อนพอใช้หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง หลังมีการระบายน้ำเพิ่มระยะสั้นเพื่อความมั่นคงด้านไฟฟ้า

กฟผ.ยันมีน้ำในเขื่อนพอใช้หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง หลังมีการระบายน้ำเพิ่มระยะสั้นเพื่อความมั่นคงด้านไฟฟ้า

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ 2 เขื่อนใหญ่ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีช่องว่างสำหรับรับน้ำช่วงฤดูฝนได้ 1.1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และมีปริมาณน้ำใช้งานได้ 5,261 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ในปลายเดือนมิ.ย.ถึงต้นเดือนก.ค.ดังเช่นปีที่ผ่านๆ มา แม้ว่าจะมีการระบายน้ำเพิ่มเพื่อบริหารจัดการในช่วงที่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ

ยันน้ำเขื่อนพอใช้หากฝนทิ้งช่วง

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 9-11 และ 17-18 เม.ย. ที่ผ่านมาเขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ได้เพิ่มการระบายน้ำมากกว่าความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร เพื่อเดินเครื่องเสริมความมั่นคงของระบบกำลังไฟฟ้า ในช่วงที่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนทั้งสามในระยะสั้นๆ ที่ผ่านมานั้น ไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมตลิ่งด้านท้ายน้ำ หรือกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมแต่อย่างใด และในวันที่19 เม.ย.ได้เริ่มลดการระบายน้ำเพื่อกลับเข้าสู่แผนปกติแล้ว

ด้านคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จะมีการประชุมครั้งต่อไปเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง ในวันอังคารที่ 24 เม.ย. โดยหลังจากสิ้นสุดฤดูแล้งในเดือนเม.ย. 2555 การระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะระบายตามแนวโน้มสภาพอากาศและความต้องการใช้น้ำที่คณะอนุกรรมการฯ ประเมินจากสภาพการใช้น้ำจริง ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปี 2555 นี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และการป้องกันภัยแล้งอย่างสมดุล

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ปัจจุบัน  ในวันที่ 19 เม.ย. 2555 เวลา 24.00 น. มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 3.76 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 61% ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด มากกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน 3,210 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9%โดยอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำในอ่างมากกว่าปีที่แล้ว 1,366 ล้าน ลบ.ม. หรือมากกว่าปีที่ที่แล้ว 13%

อ่างเก็บน้ำในภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนท่าทุ่งนา และเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำมากกว่าปีที่แล้ว 2,023 ล้าน ลบ.ม. หรือ 12% ส่วนอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และภาคใต้ มีปริมาณน้ำในอ่างน้อยกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย

“การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. ทุกแห่งที่ระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2555 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. 2554 จนถึงจนปัจจุบัน สามารถระบายน้ำได้ตามแผน โดยปริมาณน้ำในอ่างฯ อยู่ในสภาวะปกติ และมีความพร้อมที่จะรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2555 รวมทั้ง มีน้ำสำรองในอ่างเก็บน้ำเพื่อระบายในช่วงที่อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงได้อย่างเพียงพอ”นายกิตติ กล่าว 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม