
วิธีใช้เงิน คลังหลวง
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือเงินคลังหลวง ขณะนี้มีมหาศาลกว่าแสนล้านดอลลาร์ เป็นเงินไทยก็ราวๆ 4 ล้านล้านบาท ใครเห็นก็คงตาโต อยากจะรับประทานให้จั๋งหนับสักคำ
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือเงินคลังหลวง ขณะนี้มีมหาศาลกว่าแสนล้านดอลลาร์ เป็นเงินไทยก็ราวๆ 4 ล้านล้านบาท ใครเห็นก็คงตาโต อยากจะรับประทานให้จั๋งหนับสักคำ
ในอดีตเคยมีนักการเมืองหลายคนต้องการดูดเงินคลังหลวงไปใช้ แต่มีอันเป็นไปเสียก่อน บางคนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดทางการเมืองไปเลยก็มี
คราวนี้ถึงคิวจำต้องอวดตัวดี ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี และพลพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ดีไม่ว่าดี ประกาศต้องการจะรวมบัญชีเอาเงินคลังหลวงไปใช้เสียนี่
หาเรื่องแท้ๆ
ความจริง เงินคลังหลวง เอาไปใช้ได้ ไม่ใช่ปิดตาย ไม่เหมือนกับการที่พล่ามโกหกทั้งบ้านทั้งเมืองอย่างที่เป็นอยู่
แต่วิธีการใช้มันไม่ใช่การเจาะช่องรวมบัญชีอย่างที่ต้องการจะทำกัน
เพราะการรวมบัญชี ไม่ต่างจากการเซ็นเช็คเปล่า ส่งถึงมือนักการเมือง จะเอาไปรับประทานมันปากอย่างไรก็ได้
ใครนึกภาพไม่ออก ก็ขอให้ดูการถลุง แด๊กส์ด่วนในงบไทยเข้มแข็งเป็นตัวอย่าง ถ้ารวมบัญชีเงินจะไหลออกไปรับประทานกันมันปากอย่างไรอย่างนั้น
และหากจะใช้เงินคลังหลวงอย่างถูกต้อง วิธีแรก ต้องยืม
รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเข้าไปในคลังหลวง และก็สามารถเอาเงินจากคลังหลวงออกมาใช้ในมูลค่าที่เท่ากัน
การยืมที่ว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยเท่าใดก็ได้ หรืออาจไม่คิดเลย ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่มีใครว่า
ในอดีต ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารชาติ เคยใช้วิธีนี้ช่วยรัฐบาล คราวที่ต้องการเงินใช้ในการสร้างโรงเรียนอาชีวศึกษาทั่วประเทศมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยทำ โดยรัฐบาลออกพันธบัตรเข้าไปในคลังหลวง และเอาเงินออกมาใช้ เสียดอกเบี้ยแค่ 75 สตางค์ หรือสามสลึง
แต่นักกินเมืองทั้งหลายไม่ชอบหรอก เพราะต้องใช้คืน สู้รับประทานฟรี ไม่ต้องจ่าย ไม่ต้องสนใจอะไรเลยไม่ได้
ดังนั้น จึงขอย้ำว่าเงินคลังหลวงเอาไปใช้ได้ แต่ต้องทำให้ถูก ต้องชดใช้คืน เพราะเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ ไม่ใช่หมู หมา แมวสามสีตัวไหนจะวิ่งมางาบงับเอาไปฟรีๆ
อีกวิธี หากถึงคราวคับขันจำเป็นต้องใช้เงิน รัฐบาลสามารถออกกฎหมายขอตัดเงินบางส่วนในคลังหลวงเอาออกไปใช้ได้เช่นกัน
วิธีนี้ไม่ใช่การรวมบัญชี เพราะจะตัดเงินบางส่วนเท่านั้น โดยเงินส่วนใหญ่ยังคงอยู่ และทำเพียงครั้งเดียว
แต่การกระทำดังกล่าวต้องเรียกว่า น้ำตาริน จำเป็นจริงๆ ใช้ไปแทบร้องไห้ไป เพราะเอาสมบัติเก่าของบรรพบุรุษมาใช้
ที่สำคัญกระบวนการออกกฎหมายตัดเงินคลังหลวงต้องผ่านการพิจารณาของสภา ผ่านการตรวจสอบของส่วนรวม ต้องอธิบายถึงความจำเป็น หรือแสดงให้เห็นว่าคณะใดมันริยำจนทำให้เงินหมดประเทศ
ไม่ใช่ไปกู้เงินสร้างหนี้สินจนหัวโต แล้วจะมั่วๆ เอาเงินคลังหลวงไปกลบปัญหาที่สร้างเอาไว้อย่างที่กำลังตั้งท่ากัน
อย่างนี้ ...ไม่ต่างจากโจรบุกปล้นเท่าใดหรอก







