
ประยุทธ์ฉุนนายกฯตั้งสมช.คุมใต้
ผบ.ทบ.ฉุนนายกฯ ตั้งเลขาฯ สมช.คุมคณะทำงานเร่งรัดแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
ผบ.ทบ.ฉุนนายกฯ ตั้งเลขาฯ สมช.คุมคณะทำงานเร่งรัดแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
แหล่งข่าวในกองทัพบก (ทบ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ทบ.เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงความไม่พอใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์และเร่งรัดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นว่าที่ผ่านมาทหารเป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติหน้าที่
“ท่าน ผบ.ทบ.ได้กล่าวในที่ประชุมว่า มีใครจะไปห้ามไม่ให้นายกฯ ลงนามได้ แต่จะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาทหารเป็นหลักในการแก้ปัญหา แต่กลับให้ สมช.มาดูแล” แหล่งข่าวกล่าวถึงคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปพบปะกับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบเพราะ ถือว่าทำงานข้ามหน้า ทบ. อีกทั้งไม่ได้ไปคุยกับแกนนำตัวจริง ส่งผลให้เกิดเหตุรุนแรงตามมา
ด้านแหล่งข่าวใน ศอ.บต.เปิดเผยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ได้เตรียมเสนอร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555–2557 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็วๆ นี้ โดยจะมีการพัฒนาการข่าว เป็นเรื่องหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้วย
เจ้าหน้าที่ทางด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า งานการข่าวของฝ่ายรัฐถูกต่อต้านอย่างหนักจากขบวนการก่อความไม่สงบ เช่น ประชาชนรายใดที่มีความสนิทกับเจ้าหน้าที่จะถูกสงสัยทันที และรายใดที่เป็นแหล่งข่าวของเจ้าหน้าที่จะถูกลอบสังหาร แม้กระทั่งขณะละหมาดอยู่ในมัสยิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าไปปฏิบัติงาน ก็จะมีการจดเลขทะเบียนรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ทะเบียนปลอม หรือถอดป้ายทะเบียนออก
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.แล้ว สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ก็ลดน้อยลดลงไป เหตุการณ์ในการที่จะสร้างความรุนแรงใน 3 จังหวัดก็ลดน้อยลงไป แต่ยังต้องเข้มงวด เพราะวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะครบรอบเหตุการณ์กรือเซะ นอกจากนี้ จะมีการประชุมที่ประชุมมุสลิมโลกหรือโอไอซี ในต้นเดือน พ.ค. จึงต้องระวังอย่างมาก
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราได้ตัวแกนนำบางคนแล้วทำให้การปฏิบัติงานเขาลดน้อยลง ส่วนที่เหลืออีก 3637 คน ทหารกำลังติดตามตัวอยู่ มีรายชื่อ มีภาพ เป็นกลุ่มที่มีหัวรุนแรงซึ่งเราได้หลักฐานเรียบร้อยแล้ว” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว







