
ผวา...แผ่นดินไหวเขย่าไทย ความเสี่ยงรอบใหม่
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจ คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ บริเวณเกาะสุมาตรา
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจ คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ บริเวณเกาะสุมาตรา
ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้ชาวจังหวัดด้านทะเลอันดามันต่างขวัญผวา รีบอพยพหนีตายกันโกลาหล หลังมีประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ
ทั้งนี้ ถือเป็นโชคดีที่ไม่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมาถล่มซ้ำ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทราบว่าระบบการเตือนภัยยังมีปัญหาจากการขาดการติดต่อสื่อสาร และความล่าช้าในการแจ้งเตือน จึงเป็นปัญหาให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข
สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานก่อนหน้า 1 วันที่จะเกิดแผ่นดินไหวจาก ก้องภพ อยู่เย็น วิศวกรชาวไทยในองค์การนาซา ตั้งอยู่ที่รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ถึงการเกิดพายุสุริยะ หรือการเกิดระเบิดบนผิวดวงอาทิตย์ที่ส่งคลื่นสุริยะ โดยคลื่นได้ส่งผลถึงโลกในวันที่ 10 เม.ย. และได้เตือนว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนเปลือกโลกที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดพายุสุริยะโดยตรง จะมีผลทำให้เกิดการเคลื่อนตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของแผ่นเปลือกโลก
การเกิดพายุสุริยะมีผลกระทบต่อเปลือกโลก และคาดว่าจะเกิดพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในวันที่ 21 ธ.ค. 2555 หรือเป็นตามตัวเลข 21/12/12 ตรงตามปฏิทินชนเผ่ามายาที่ทำนายถึงวันสิ้นโลกเอาไว้ อาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศไทยและรุนแรงสร้างความเสียหายมาก โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นดินอ่อน หากเกิดแผ่นดินไหวห่างจากกรุงเทพฯ ไปถึง 350 กิโลเมตร ก็ทำให้กรุงเทพฯ พังราบได้
อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายว่า รอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่พาดผ่านประเทศไทยมีทั้งหมด 13 รอยเลื่อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือสำรวจแนวโน้มความเป็นไปได้เพื่อวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะรอยเลื่อนในทะเลอันดามันน่าห่วงมากที่สุด บริเวณเกาะสอง จ.ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ เป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ไปถึงประเทศพม่า มาแถบตะวันตกของไทยทางด้าน จ.กาญจนบุรี และอุทัยธานี ซึ่งมีพลังมากและอาจทำให้เกิดสึนามิได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ การเตรียมรับมือปรับปรุงระบบเตือนภัยไปจนถึงการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่จะต้องพร้อมทุกเมื่อและเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยอมรับว่า จะต้องมีการปรับปรุงระบบเตือนภัยในบางจุด อาทิ เลขหมายฉุกเฉิน 192 ไปจนถึงวิทยุสื่อสารที่ต้องสามารถใช้ได้ในทุกย่านความถี่ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารทางเลือก โดยประเมินจากสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุด จำลองเหตุการณ์ที่มีประชาชนโทรศัพท์แจ้งเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเครือข่ายสื่อสารช่องทางหลักไม่สามารถใช้งานได้ ถือเป็นความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าศูนย์เตือนภัยได้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนทันเวลาแน่นอน
แม้ความหวาดหวั่นต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวยังคงต้องติดตามต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมยังคงเป็นถนนข้าวสาร และถนนสีลม สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและเทศให้เข้าร่วมเล่นสงกรานต์อย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศการรักษาความเรียบร้อย ด้วยมาตรการกำหนดเวลาเล่น ห้ามจำหน่ายสุรา ห้ามพกพาอาวุธ รวมถึงห้ามรถที่ติดเครื่องขยายเสียงเข้ามาในพื้นที่ ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานความมั่นคง
ทว่า บทเรียนจากปีที่ผ่านมา เทศกาลสงกรานต์ถูกบ่อนทำลายด้วยพฤติกรรมไม่เหมาะสม การล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ครั้งนี้ก็ยังมีสาวประเภทสองขึ้นไปเต้นเปลือยหน้าอกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หรือเหตุยิงกันที่ จ.สมุทรสาคร และปราจีนบุรี สร้างความเสื่อมเสียให้เห็น
อีกด้านหนึ่ง บรรยากาศงานสงกรานต์ภายใต้ชื่อ “สงกรานต์หลากสี บุรีรัมย์หรรษา แป้งสี ดนตรี เซ็กซี่ ตลก” ซึ่งจัดโดย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ลานด้านหน้าสนามนิว ไอ-โมบาย สเตเดียม ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งไฮไลต์ของงานอยู่ที่การแสดงจากศิลปินต่างประเทศ มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ในช่วงวันหยุดยาว เป้าหมายที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตยังเป็นงานหนักของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันรณรงค์ แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานตัวเลข 3 วัน ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. พบว่ามียอดอุบัติเหตุสะสมรวม 1,154 ครั้ง เสียชีวิตรวม 114 คน บาดเจ็บ 1,668 คน โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ พิจิตร จำนวน 8 คน สาเหตุหลักเป็นเรื่องการเมาแล้วขับ มีเพียง 4 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเทศกาลสงกรานต์ คือ ชัยภูมิ ยโสธร หนองคาย และหนองบัวลำภู
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย. มีประชาชนฝากบ้านไว้รวมทั้งหมด 4,184 หลัง และการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น
สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางไปฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่ สปป.ลาว และกัมพูชา เพื่อไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังเคารพรักเช่นเดิม ส่วนการเดินทางกลับประเทศไทยคาดว่าภายใน 3-4 เดือนนี้
กรณีนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่า ในสมัยประชุมสภาสามัญทั่วไปซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ส.ค. อาจมีการเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งครบเวลา 4 เดือน ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศ พร้อมกับที่แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนโยนหินถามทางมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี หรือประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ







