
คาดท่องเที่ยวสงกรานต์อิสานซบเซา
สมาพันธ์ท่องเที่ยวไทยประเมินสงกรานต์อิสานซบเซาเศรษฐกิจแย่คาดเงินสะพัดหายไม่ต่ำกว่า3,000ล้านบาท
สมาพันธ์ท่องเที่ยวไทยประเมินสงกรานต์อิสานซบเซาเศรษฐกิจแย่คาดเงินสะพัดหายไม่ต่ำกว่า3,000ล้านบาท
นายเสมอ จินดาพงษ์ รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ประเมินเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเงินในการท่องเที่ยวรวมถึงบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงในทุกพื้นที่จะลดลงกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงตกต่ำ
ประกอบกับในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นต้องประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากหมดเงินไปกับการซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม อีกทั้งการที่รัฐบาลได้ประกาศที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในเดือนนี้ ทำให้ราคาสินค้าอาหารขยับตัวล่วงหน้าไปก่อน ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น คนส่วนใหญ่ซึ่งจะเป็นคนระดับล่างและระดับกลางจะต้องรัดเข็มขัดประหยัดเงินในกระเป๋าไว้ให้ได้มากที่สุด
สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการเดินทางกลับไปสังสรรค์กับครอบครัวตามภูมิลำเนาของตนเอง และจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้านไปรับประทานกับครอบครัวและญาติพี่น้อง หลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของประชาชนลดต่ำลง เห็นได้จากการเข้าพักและยอดการสั่งจองห้องพักตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆภายในจังหวัดนครราชสีมาหายไปกว่าครึ่ง ทั้งๆที่ทุกปียอดการเข้าพักตามแหลางท่องเที่ยวต่างๆภายในจังหวัดโดยเฉพาะ อ.ปากช่อง และวังน้ำเขียว จะมีการเข้าพักเต็มแทบทุกแห่งแต่ปีนี้กลับเงียบเหงาซบเซาอย่างมาก
"ประเมินว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20 - 30 % หรือเงินสะพัดจะหายไปจากเดิมที่มีเงินสะพัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ภาคอีสานอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท เหลือเพียงไม่น่าจะเกิน 7 พันล้านบาท" นายเสมอฯ ระบุ







